บทที่ 2: นิมิตที่ยังไม่เปิดเผย

"ความคิดของเราไม่เป็นความคิดของเจ้า ทัง้ ทางของเจ้าไม่เป็นวิถีของเรา พระเจ้าตรัสดังนี้" (อิสยาห์ 55:8)

ห้องใต้หลังคาของจอยเรมิ่ ดูเหมือนสา นักงานมากขึ้นจนแทบไม่เหมือนเป็น ห้องนอน มีทัง้ เครื่องพิมพ์ดีด ซองจดหมาย แสตมป์ จดหมาย กระดาษคาร์บอน กระดาษเขียนจดหมาย หนังสือเพลงนมัสการและกระดาษเขียนโน้ตเพลงที่วางกระ จัดกระจายอยู่ทัว่ ห้อง ไม่ว่าจะเป็นที่นอน ที่นัง่ ที่เขียนหนังสือ หรือแม้แต่ที่พื้น แต่ ในเดือนพฤษภาคมปี 1940 เธอบันทึกเสียงต้นแบบได้ 11 แผ่นเสียงคู่และได้ส่ง จดหมายข่าวให้เพื่อนบางคนที่มีความสนใจและร้อนรนในการประกาศข่าวประเสริฐ โดยใช้แผ่นเสียง

"ช่วงที่อยู่ฮอนดูรัส ฉันมีหน้าที่ประกาศข่าวประเสริฐให้กับคนที่ยังไม่รู้จัก พระเจ้า สงิ่ น้ยี ังคงเป็นภาระหนักอยู่ในใจของฉัน" เธอเขียน "ฉันเผชิญหน้ากับงาน ใหญ่ที่อยากจะบอกข่าวประเสริฐของพระเจ้ากับทุกคนอย่างรวดเร็ว เพราะในแต่ละ วันมีคนจากโลกนี้ไปโดยที่ยังไม่ได้ยินพระคา แห่งชีวิตอย่างชัดเจน รวมทัง้ ตา บลที่ ฉันไปรับใช้ ในใจของฉันจึงร้อนรนต้องการหาวิธีในการประกาศข่าวประเสริฐออก ไปยังทกุ ที่ เพื่อเป็นประโยชน์ต่อมิชชันนารีและผู้รับใช้ในท้องถนิ่

ดังนั้นพระเจ้าทรงนาการผลิตแผ่นเสียงต้นแบบภาษาสเปน เพื่อใช้ในประ- เทศฮอนดูรัสและประเทศอื่นๆ ที่ใช้ภาษาสเปน เราได้บันทึกเสียงข่าวประเสริฐ เพลงร้องเดี่ยว ร้อง 3 คน ร้อง 4 คน และร้องเป็นวงร่วมกับเสียงเปียโน ไวโอลิน กีตาร์ และออร์แกน ซึ่งเป็นการประกาศข่าวประเสริฐในภาษาสเปนที่น่าสนใจและ เหมาะสม

เราตัง้ เป้าที่จะผลิตแผ่นเสียงต้นแบบ 50 แผ่นเพื่อใช้ในงานประกาศอย่าง กว้างขวาง เราต้องอธิษฐานอย่างหนักเพื่อจะทา แผ่นเสียงได้ตามน้าพระทัยของ พระเจ้าและเพื่อพันธกิจนี้จะแพร่ขยายไปทุกแห่งที่มีการใช้ภาษาสเปนก่อนที่พระ เยซูจะเสด็จกลับมา"

นิมิตของจอยที่เคยเจาะจงอยู่ที่ประเทศเล็กๆ อย่างฮอนดูรัสกา ลังขยายออก ไปยัง "ทั่วทุกแห่งที่ใช้ภาษาสเปน..." หากเธอสามารถผลิตแผ่นเสียงต้นแบบหน่งึ ชุดซึ่งมี 50 แผ่น เพื่อใช้ในพันธกิจเผยแพร่ไปทัว่ โลก ถ้าเช่นนั้นการที่เธอต้องรอ คอยและกลับไปที่ฮอนดูรัสล่าช้าก็เป็นสงิ่ ที่คุ้มค่า จอยไม่เคยล้มเลิกความตัง้ ใจที่จะ กลับไปฮอนดูรัสเพื่อทา งานเดิม ซึ่งเธอต้องทิ้งมาเพราะสุขภาพไม่ดี เวลานี้สุขภาพ ของเธอดีขึ้นมาก ทัง้ ที่จริงแล้วเธอยงุ่ อยู่กับงานจนไม่มีเวลาคิดถึงสุขภาพของตัว เองเลย ทางกา ลังเปิดและแผนการผลิตแผ่นเสียงข่าวประเสริฐภาษาสเปนสา หรับ คนทัว่ โลกที่ใช้ภาษาน้ชี ัดเจนขึ้น จากนั้นเธอจะกลับไปที่ฮอนดูรัส !

แต่แล้ว...

ณ เกาะแห่งหนึ่ง คลื่นซัดสาดกระทบหาดทรายในดินแดนห่างไกลของฟิลิป - ปินส์ ชายหนุ่มคนหนึ่งกา ลังยืนมองภูเขาแห่งเกาะพาลาวันที่ยาวและแคบ เกาะ แห่งน้ยี ังไม่มีใครเข้าไปสา รวจมาก่อน ผืนป่าแถบนี้มีชนพื้นเมืองผิวสีคล้า อาศัยอยู่ กระจัดกระจายเป็นหมู่บ้านเล็กๆ คนผิวขาวแทบจะไม่สามารถเข้าไปได้เลย ชาย หนุ่มคนนี้มีพ่อเป็นชาวอเมริกันและแม่เป็นชาวฟิลิปปินส์ เขาเดินทางเข้ามาในป่า แถบน้เี พื่อคุมคนงานสกัดยางจากต้นปาล์มที่มีลา ต้นสูงชะลูด เมื่อเขาเห็นสภาพฝ่าย วิญญาณของชนพื้นเมืองเหล่านี้แล้วเขารู้สึกมีภาระใจ ชาวพื้นเมืองแห่งเกาะพาลา วันมีรูปร่างเล็ก (พวกเขากระฉับกระเฉงว่องไวอย่างกับลิง) เมื่อปีนไต่เถาวัลย์ขึ้น บนยอดต้นไม้เพื่อเก็บน้ายาง เดินโอนเอนไปมาราวกับคนเดินอยู่บนเชือกที่ตึง พวกเขาสามารถปีนป่ายหน้าผาสูงชันขณะแบกข้าวหรือมัดเด็กเล็กๆ ไว้ที่สะโพก พวกเขาปิดทางเข้าหมู่บ้านเพราะกลัวคนแปลกหน้า เกษตรกรหนุ่มคนนี้กา ลังคิด ว่าจะประกาศข่าวประเสริฐกับคนพวกน้ไี ด้อย่างไร เขาคิดเรื่องน้บี ่อยๆ จนในที่สุด ก็เล่าให้พ่อชาวอเมริกันฟังถึงนิมิตของเขาที่ดูเหมือนจะเป็นไปไม่ได้

"ประกาศข่าวประเสริฐกับพวกเขาด้วยเครื่องเล่นแผ่นเสียงและแผ่นเสียง" ชายหนุ่มพูด "คนแปลกหน้าไม่สามารถเข้าถึงคนเหล่านี้ แม้มีมิชชันนารีหลายคน พร้อมที่จะเข้าไปแต่ก็ไม่สามารถหาพวกเขาเจอ ชาวพื้นเมืองเหล่านี้เคยแบกจักร เย็บผ้ายี่ห้อซิงเกอร์เข้าไปในป่า ดูเหมือนจักรเย็บผ้าไม่มีประโยชน์ในการเย็บเสื้อผ้า แบบที่พวกเขาสวมใส่ แต่พวกเขาก็ยังต้องการจักรเย็บผ้านั้นและแบกมันเข้าไปใน ป่า แล้วเครื่องเล่นแผ่นเสียงกับแผ่นเสียงที่เป็นภาษาของพวกเขาเองล่ะ? ผมมัน่ ใจ วา่ การใช้แผ่นเสียงที่เป็นภาษาของพวกเขาเอง เป็นหนทางเดียวที่จะนาข่าวประเสริฐ ไปถึงชาวพื้นเมืองที่อาศัยอยู่ในป่าเป็นพันๆ คนได้"

หลังจากนั้นไม่นานชายหนุ่มคนนี้เสียชีวิตเมื่อญี่ปุ่นเข้ารุกรานฟิลิปปินส์ ดู เหมือนนิมิตของเขาได้จบลงไปพร้อมกับชีวิตของเขาแล้ว ชนพื้นเมืองในป่านี้คงไม่ มีโอกาสฟังการประกาศพระนามของพระเยซูผู้เป็นพระบุตรของพระเจ้าสูงสุด ใน ภาษาที่พวกเขาสามารถเข้าใจได้อีกแล้ว แต่ "นิมิตนั้นยังรอเวลาของมันอยู่ ถ้าดู ช้าไป ก็จงคอยสักหน่อย มันจะเกิดขึ้นแน่นอน" (ฮาบากุก 2:3) และนิมิตนี้ยงิ่ ใหญ่ เกินกว่าที่ชายหนุ่มในฟิลิปปินส์หรือจอย ริดเดอร์ฮอฟที่อยู่ในห้องใต้หลังคาของเธอ ในลอสแองเจลิสจะสามารถคาดฝันได้ นมิ ิตของชายหนุ่มหยุดอยู่ที่เกาะยาวและแคบ แห่งพาลาวัน ส่วนนิมิตของจอยหยุดอยู่ที่ 130 ล้านคนในโลกที่ใช้ภาษาสเปน ทัง้ สองต่างไม่รู้เกี่ยวกับผู้คนกลุ่มต่างๆ แห่งแอฟริกา หรือชนกลุ่มน้อยเผ่าต่างๆ ที่ยัง ไม่มีใครรู้จักในเอเชีย หรือหมู่บ้านเล็กๆ ทางแถบขัว้ โลกเหนือที่ได้รับแสงอาทิตย์ เพียงริบหรี่เป็นเวลาหลายเดือนติดต่อกัน หรือผืนป่าภูเขาของเกาะต่างๆ ในมหา สมุทรแปซิฟิก หรือที่ราบสูงของเอเชียกลาง ที่ต่างๆ เหล่านี้พระคา ของพระเจ้ายัง ไปไม่ถึง และมีอีกหลายภาษาที่ยังไม่มีการแปลพระคัมภีร์ แต่พระเยซูทอดพระ เนตรเห็นคนเหล่านั้นเหมือนฝูงชนที่ไม่มีผู้เลี้ยง พระเยซูตรัสว่า "แกะอืน่ ซึง่ มิได้ เป็นของคอกนี้เราก็มีอยู่ แกะเหล่านั้นเราก็ต้องพามาด้วย" (ยอห์น 10:16) พระเยซู คริสต์สิ้นพระชนม์บนไม้กางเขนเพื่อคนเหล่านี้เช่นกัน ถ้าเช่นนั้นพระองค์จะไม่มี แผนการให้พวกเขาได้รับข่าวประเสริฐเลยหรือ?

ตลอดช่วงปี 1939 และต้นปี 1940 จอยผลิตแผ่นเสียงข่าวประเสริฐภาษา สเปนอยู่ในห้องใต้หลังคาของเธอ และเมื่อแผ่นเสียงที่ผลิตถูกส่งไปถึงฮอนดูรัสเห็น ได้ชัดว่าพระเจ้าทรงอวยพรแผ่นเสียงเหล่านั้นให้เกิดผลอย่างมากมาย มิชชันนารี หลายคนเขียนจดหมายเล่าด้วยความตื่นเต้นวา่ แผ่นเสียงดังกล่าวมีประโยชน์ในการ รับใช้เป็นอย่างมาก พวกเขาขอให้ส่งแผ่นเสียงไปให้อีก แผ่นเสียงสีดา เล็กๆ เหล่านั้น ถูกส่งไปยังที่ห่างไกลในฮอนดูรัส ที่นัน่ มีผู้เชื่อกลุ่มเล็กๆ เป็นชาวอินเดียนแดงที่ พูดภาษาสเปนได้ คนเหล่านี้ไม่มีผู้รับใช้หรือผู้สอนถ้อยคา ของพระเจ้าอยู่ด้วยและ ส่วนมากพวกเขาอ่านหนังสือไม่ได้ ดังนั้นเครื่องเล่นแผ่นเสียงจึงมีคุณค่าต่อพวก เขามาก พวกเขาต่างพากันล้อมอยู่รอบๆเครื่องเล่นแผ่นเสียงเพื่อฟังข้อพระคัมภีร์ ซ้า ไปซ้า มา ซึ่งเป็นถ้อยคา ที่พวกเขาอ่านเองไม่ได้ และฟังเพื่อจะจดจา ทา นอง เพลงที่ไม่เคยได้ยินมาก่อน มีมิชชันนารีคนหนึ่งรู้สึกยงุ่ ยากใจในการแบ่งเวลาเมื่อ เขาออกไปรับใช้ เพราะเขาต้องแบ่งเวลาระหว่างการประกาศกับคนที่ยังไม่เชื่อซึ่ง จะต้องได้ฟังข่าวประเสริฐ และกับผู้ที่กลับใจเชื่อแล้วจะต้องได้รับการสอนและเลี้ยง ดูให้เติบโตขึ้นในความจริง มิชชันนารีคนนี้พบว่าเครื่องเล่นแผ่นเสียงสามารถสนอง ตอบความต้องการของผู้ที่ยังไม่เชื่อได้ ทา ให้เขามีเวลาไปดูแลผู้เชื่อคนอื่นๆ จาก นั้นถ้าต้องเดินทางไปยังที่อื่นเขาก็สามารถมอบเสียงไว้แทนซึ่งเป็นเสียงที่พูดเหมือน เดิมทุกครัง้

เวลาผ่านไปหลายเดือน ข่าวการประกาศข่าวประเสริฐแห่งชีวิตโดยวิธี ใหม่ได้แพร่ไปถึงมิชชันนารีที่ทา งานยังที่อื่นๆ ของอเมริกาใต้และอเมริกากลางที่ใช้ ภาษาสเปนในการสื่อสาร ทา ให้มีจดหมายขอแผ่นเสียงหลัง่ ไหลเข้ามาที่สา นักงาน เลขที่ 122 ถนนวิทเมอร์ ลอสแองเจลิส เช่นจากประเทศเปรู เม็กซิโก เวเนซุเอลา เปอร์โตริโก ชิลี และโคลัมเบีย แล้ววันหนึ่งความต้องการของชาวอินเดียนแดงเผ่า นาวาโฮที่อาศัยอยู่ในรัฐแอริโซนาได้มาอยู่ตรงหน้าจอย คนเหล่านี้มีจา นวนมากที่ อ่านหนังสือไม่ได้และยากจนมาก พวกเขากระจัดกระจายอยู่ตามพื้นที่ที่แห้งแล้ง ราวกับทะเลทราย อีกทัง้ มีมิชชันนารีทา งานกับพวกเขาน้อย "คุณจอยช่วยผลิต แผ่นเสียงภาษานาวาโฮสักสองสามแผ่นได้ไหม? มีคริสเตียนชาวนาวาโฮที่เฉลียว ฉลาดคนหนึ่งสามารถพูดและเข้าใจภาษาอังกฤษได้เป็นอย่างดี อีกทัง้ ยังสามารถ แปลข้อความเป็นภาษานาวาโฮได้ คุณริดเดอร์ฮอฟยินดีนาสงิ่ ที่ได้พัฒนานั้นมา ผลิตแผ่นเสียงข่าวประเสริฐเป็นภาษานาวาโฮได้ไหม?"

คา ขอร้องดูเหมือนทา ได้ไม่ยากนัก เพราะมีมิชชันนารีบางคนพร้อมที่จะ พาชาวอินเดียนแดงเผ่านาวาโฮเดินทางมาที่ลอสแองเจลิส และถ้าจอยไม่เข้าใจ ภาษานาวาโฮ ก็ยังมีคริสเตียนชาวนาวาโฮที่เข้าใจภาษาอังกฤษคนนี้อยู่ด้วย จึงไม่ น่าจะมีปัญหาอะไรเลย แต่ทา ไมจอยจึงยังลังเลอยู่?

บางทีจอยอาจจะคิดว่า ถ้าเธอรับผลิตแผ่นเสียงอีกหน่งึ ภาษานอกจากภาษา สเปนแล้วเธอจะไปไกลเกินกว่าที่เธอเคยฝันไว้ ถ้าผลิตแผ่นเสียงสา หรับชาวอิน เดียนแดงเผ่านาวาโฮ แล้วทา ไมไม่ผลิตสา หรับเผ่าอื่นๆ อีกด้วยเล่า? แล้วจะสิ้นสุด ที่ไหน? และเธอจะกลับไปหาพี่น้องที่รักของเธอที่อยู่ตามเทือกเขาในฮอนดูรัสได้ อย่างไร?

ความปรารถนาที่จะกลับไปอยู่กับเขาเหล่านั้นก็ยังอยู่ในใจของเธอ แล้วไหน จะมีเรื่องคา่ ใช้จ่ายของอปุ กรณ์ต่างๆ และเทคนิคใหม่ๆ ที่จะต้องเผชิญหากเธอทา การผลิตจา นวนมากขึ้น แต่ความกังวลเหล่านั้นค่อยๆ หายไป และกลายเป็นสงิ่ ที่ ไม่สา คัญเมื่อพระผู้เลี้ยงทรงตรัสว่า

"แกะอืน่ ซึง่ มิได้เป็นของคอกนี้เราก็มีอยู่ แกะเหล่านั้นเราก็ต้องพามาด้วย"
"...แกะเหลา่ นั้นเราก็ต้องพามาด้วย"
"...เราก็ต้อง..."

ผู้เลี้ยง และแกะอื่น แผ่นเสียงสีดา เล็กๆ นี่แหละจะเป็นหนทางที่จะนาผู้เลี้ยง กับแกะอื่นๆ มาอยู่ด้วยกัน !

เมื่อจอยมัน่ ใจว่านี่เป็นการทรงเรียกจากพระเจ้า เธอก็ไม่ลังเลใจอีกแล้ว "พระเจ้าข้า ข้าพระองค์จะผลิตแผ่นเสียงภาษาต่างๆ ตามจา นวนที่พระองค์ทรงมี พระประสงค์" เธออธิษฐาน "และข้าพระองค์จะวางใจพระองค์ในการจัดเตรียมทุก สงิ่ ที่จา เป็นในการทา พันธกิจนี้ ข้าพระองค์จะเดินตามพระองค์ส่วนระยะทางและ จา นวนคนนั้นแล้วแต่น้าพระทัยของพระองค์...."

เท่าที่เธอเห็นในเวลานั้นงานที่เธอทา ดูเหมือนจะยงิ่ ใหญ่มากแล้ว แต่ถ้าเธอ ได้รู้ว่าโลกปัจจุบันนี้มีภาษาตา่ งๆ กว่า 5,000 ภาษา เธอก็จะรู้ว่ามันยงิ่ ใหญ่กว่าที่ เธอได้เห็นมากมายยงิ่ นัก !

บทที่ 3: ต้องการผู้ร่วมงาน

ค้นหาเพิ่มเติม