ข่าวประเสริฐ
Outline: Short Bible stories from Genesis through the ascension. How to become a follower of Jesus. 40 sections. It has a picture book to go along with the recording.
| Script Number: | 395 |
| Sprache: | Thai |
| Thema: | Multiple themes |
| Zuschauer: | General |
| Stil: | Monolog |
| Genre: | Bible Story |
| Sophistication: | Simple |
| Zweck: | Evangelism |
| Bible Quotation: | Direct |
Script Text
อารัมภบท สวัสดี...ทุกท่าน เรื่องที่ท่านจะได้ยินต่อไปนี้เป็นเรื่องสำคัญที่สุดที่ท่านเคยได้ยินมา เป็นข่าวประเสริฐสำหรับทุกคน โปรดฟังข่าวประเสริฐนี้และดูรูปภาพประกอบ เมื่อได้ยินเสียงสัญญาณ (ตามความเหมาะสมของวัฒนธรรมนั้นๆ) โปรดดูรูปภาพถัดไป ท่านสามารถหยุดเสียงได้ทุกเวลาเพื่อคิดใคร่ครวญเกี่ยวกับเรื่องราวที่ได้ยิน เริ่มต้นที่ภาพแรก
|
รูปภาพที่ 1: ปฐมกาล ปฐมกาล 1:1-5, สดุดี 90:2
ตั้งแต่แรกเริ่มมีเพียงพระเจ้าองค์เดียวเท่านั้น พระเจ้าได้สร้างฟ้าสวรรค์และแผ่นดินโลก โลกนั้นก็ว่างเปล่า ความมืดอยู่เหนือน้ำ พระเจ้าจึงสั่งให้เกิดความสว่าง ให้แผ่นดินแยกออกจากน้ำ สร้างดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์และดวงดาวทุกดวง พระเจ้าทรงยิ่งใหญ่ ทุกสิ่งทุกอย่างถูกกำหนดและควบคุมโดยพระองค์
|
รูปภาพที่ 2: พระคำของพระเจ้า อิสยาห์ 45:18-19, ฮีบรู 4:12, สดุดี 19:7-10
หนังสือในรูปนี้คือ พระคัมภีร์ เป็นพระคำของพระเจ้า ซึ่งจะบอกเราเกี่ยวกับเรื่องราวและหนทางของพระองค์ พระเจ้ารักมนุษย์ทุกคน และสิ่งที่เราอยากจะบอกกับท่านทั้งหลายต่อไปนี้ก็ล้วนมาจาก พระคัมภีร์ เล่มนี้
|
รูปภาพที่ 3: การเนรมิตสร้าง ปฐมกาล 1:1-25
พระเจ้าเนรมิตสร้างสรรพสิ่งทั้งปวง พระเจ้าพูดว่า "จงเกิดขึ้น" ทุกสิ่งก็เกิดขึ้นตามที่พระองค์สั่ง พระองค์สร้างท้องฟ้าและท้องทะเล พระองค์พูดแล้วแผ่นดินก็เกิดขึ้น จากนั้นพระเจ้าสร้างสิ่งมีชีวิต ให้ปลาอาศัยอยู่ในน้ำ ให้นกบินในอากาศและสร้างสัตว์ชนิดต่างๆ พระเจ้าสร้างทุกสิ่งโดยคำพูดของพระองค์ และทรงพอใจในสิ่งที่พระองค์ได้สร้าง ทุกสิ่งที่พระเจ้าสร้างนั้นล้วนเป็นสิ่งดี
|
รูปภาพที่ 4: อาดัมและเอวา ปฐมกาล 1:26-31; 2:7 - 3:24
พระเจ้าสร้างมนุษย์ชายหญิงคู่แรก ทรงเรียกทั้งสองว่าอาดัมและเอวา พระเจ้าให้พวกเขามีอำนาจในการดูแลทุกสิ่งที่พระองค์สร้าง และพระเจ้าได้สร้างสวนที่อุดมสมบูรณ์ให้ทั้งสองอยู่อาศัย ที่สวนนั้นพระเจ้าทรงดำเนินและสนทนาร่วมกับพวกเขา ทั้งสองเป็นมิตรสหายของพระองค์
พระเจ้าอนุญาตให้อาดัมและเอวากินผลไม้ในสวนได้ทุกต้น ยกเว้นต้นเดียวที่พระองค์ไม่อนุญาตให้กิน ฝ่ายมารซาตานซึ่งเป็นศัตรูของพระเจ้าได้มาหาพวกเขาในสวน มันพูดชักชวนอาดัมกับเอวาไม่ให้เชื่อฟังพระเจ้า ทั้งสองหลงเชื่อคำของมารซาตานและกินผลไม้จากต้นที่พระเจ้าสั่งห้าม พวกเขาได้ทำบาปต่อพระเจ้าและทำลายความสัมพันธ์ระหว่างเขากับพระองค์ พระเจ้าขับไล่อาดัมและเอวาออกจากสวนที่สวยงามและอุดมสม บูรณ์ของพระองค์
ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา มนุษย์ทุกคนจึงเป็นคนบาปที่ต่อต้านพระเจ้าและถูกแยกจากพระองค์ นี่เป็นสาเหตุที่ทำให้มนุษย์ทุกคนต้องประสบกับความทุกข์ยากลำบากในชีวิต พบกับความเจ็บป่วยและความตาย
|
รูปภาพที่ 5: คาอินกับอาแบล ปฐมกาล 4:1-16; โรม 3:23
อาดัมและเอวามีบุตรชายสองคนชื่อคาอินกับอาแบล อาแบลเป็นคนที่เชื่อฟังและเป็นที่โปรดปรานของพระเจ้า แต่คาอินไม่เป็นเช่นนั้น เขามีใจอิจฉาริษยาอาแบล วันหนึ่งเขาได้ฆ่าอาแบลผู้เป็นน้องชาย พระเจ้าจึงลงโทษคาอินในสิ่งชั่วร้ายที่เขาได้กระทำ
พระเจ้าพิโรธเมื่อมนุษย์ทำความผิดบาป พระองค์ปรารถนาเป็นมิตรสหายกับมนุษย์ทุกคน แต่ความบาปได้แยกเราทุกคนออกจากพระองค์
|
รูปภาพที่ 6: เรือของโนอาห์ ปฐมกาล 6:1-22, 2 เปโตร 3:9
ผ่านไปหลายชั่วอายุคน ลูกหลานของอาดัมและเอวาได้เพิ่มทวีมากขึ้น พวกเขาทุกคนล้วนเป็นคนบาปที่ไม่เชื่อฟังพระเจ้า ความบาปได้ทวีมากขึ้น พระเจ้าจึงตัดสินใจที่จะทำลายพวกเขาโดยให้เกิดน้ำท่วมโลก แต่เวลานั้นยังมีชายผู้หนึ่งที่รักและเชื่อฟังพระเจ้า ชายผู้นั้นมีชื่อว่าโนอาห์ พระเจ้าสั่งโนอาห์ให้สร้างเรือลำใหญ่ที่สามารถช่วยเขาให้รอดจากน้ำท่วม โนอาห์ได้ใช้เวลาหลายปีในการสร้างเรือ ช่วงเวลาที่โนอาห์สร้างเรืออยู่นั้น เขาได้กล่าวเตือนผู้คนถึงการพิพากษาลงโทษของพระเจ้าและภัยน้ำท่วมที่กำลังจะมาถึง แต่ผู้คนเหล่านั้นไม่เชื่อคำเตือนของโนอาห์ และยังคงดำเนินชีวิตอยู่ในทางของความผิดบาป
|
รูปภาพที่ 7: น้ำท่วมโลก ปฐมกาล 7:1-24
พระเจ้านำสัตว์ทุกชนิดอย่างละคู่มาหาโนอาห์ และโนอาห์ได้นำสัตว์เหล่านั้นเข้าไปในเรือ จากนั้นโนอาห์กับภรรยา บุตรชายทั้งสามและลูกสะใภ้ก็เข้าไปอยู่ในเรือด้วย ในเรือมีคนเพียงแปดคนกับสัตว์ชนิดต่างๆ พระเจ้าได้ปิดประตูเรือ หลังจากนั้นเจ็ดวันพระเจ้าให้ฝนตกอย่างหนักและให้น้ำพุ่งขึ้นมาจากใต้ดินเป็นเวลา 40 วัน น้ำได้ท่วมโลกทั้ง หมด สายเกินไปสำหรับผู้คนที่อยู่นอกเรือ พวกเขาทั้งหมดจมน้ำตาย มีเพียงโนอาห์และครอบครัวของเขาเท่านั้นที่มีชีวิตรอด เพราะพวกเขามีความเชื่อและทำตามสิ่งที่พระเจ้าพูด
|
รูปภาพที่ 8: อับราฮัม ซาราห์ และอิสอัค ปฐมกาล 9:7-19; 17:1-8; 21:1-7, มัทธิว 1:1-16
หลายปีต่อมา ลูกหลานของโนอาห์ได้เพิ่มทวีเป็นคนหลายเผ่าพันธุ์ อับราฮัมก็เป็นหนึ่งในลูกหลานของคนเหล่านั้น เขาเป็นชายที่รักและเชื่อฟังพระเจ้า พระเจ้าเลือกอับราฮัมและบอกให้เขาเดินทางออกจากบ้านเกิดของตน เพื่อไปยังแผ่นดินแห่งใหม่ พระองค์สัญญากับอับราฮัมว่า ลูกหลานของเขาจะกลายเป็นชนชาติที่ยิ่งใหญ่และมีกำลังมาก ประชาชาติทั้งหลายในโลกจะได้รับพรเพราะเขา ในเวลานั้นอับราฮัมและซาราห์ภรรยาของเขาอายุมากแล้วแต่ยังไม่มีบุตร ถึงอย่างนั้นพวกเขาก็ยังคงเชื่อในคำสัญญาของพระเจ้า ไม่มีสิ่งใดอัศจรรย์เกินฤทธิ์ที่พระเจ้าจะทำได้ เมื่ออับราฮัมอายุหนึ่งร้อยปี และซาราห์อายุเก้าสิบปี ทั้งสองก็ได้มีบุตรชายคนหนึ่งตามที่พระเจ้าสัญญาไว้ อับราฮัมตั้งชื่อบุตรคนนี้ว่าอิสอัค พระเจ้าสัญญาจะอวยพรมนุษย์ทุกคนผ่านอิสอัคและลูกหลานของเขา
|
รูปภาพที่ 9: โมเสสและพระบัญญัติของพระเจ้า อพยพ 19:1-25; 34:27-32
ลูกหลานของอิสอัคกลายเป็นชนชาติที่ยิ่งใหญ่เรียกว่า ชนชาติอิสราเอล โมเสสก็เป็นลูกหลานของอิสอัคคนหนึ่ง เขาวางใจและเชื่อฟังพระเจ้า วันหนึ่งพระเจ้าเรียกโมเสส ให้ขึ้นไปบนภูเขาเพื่อพระองค์จะพูดกับเขา แล้วพระเจ้าได้ให้พระบัญญัติแก่โมเสสเพื่อสอนประชาชน โมเสสลงจากภูเขาพร้อมด้วยพระบัญญัติซึ่งพระเจ้าได้เขียนไว้บนแผ่นหิน พระเจ้าปรารถนาให้ทุกคนเชื่อฟังพระบัญญัติของพระองค์
|
รูปภาพที่ 10: พระบัญญัติสิบประการ อพยพ 20:1-17
พระบัญญัติของพระเจ้าที่มอบไว้กับโมเสสนั้นเป็นสิ่งที่ประเสริฐ บุคคลผู้ใดที่ปฏิบัติตามข้อบัญญัติก็จะได้รับพระพรจากพระเจ้า พระบัญญัติของพระเจ้ามีดังนี้คือ ให้เรารัก นมัสการและเชื่อฟังพระเจ้าเที่ยงแท้เพียงพระองค์เดียว อย่าสร้างหรือกราบไหว้บูชารูปเคารพ อย่าออกพระนามของพระเจ้าอย่างไม่สมควร จงถือวันที่เจ็ดเป็นวันบริสุทธิ์ของพระเจ้า บุตรจงเชื่อฟังและให้เกียรติบิดามารดาของตน อย่าฆ่าคน อย่าล่วงประเวณีผัวเมียเขา อย่าลักทรัพย์ อย่าพูดโกหกหรือหลอกลวงผู้อื่น และอย่าโลภเอาของผู้อื่นมาเป็นของตน
|
รูปภาพที่ 11: การถวายเครื่องบูชาไถ่บาป เลวีนิติ 4:27-35, ยอห์น 1:29
ในสมัยของโมเสสถ้าผู้ใดทำผิดพระบัญญัติของพระเจ้า ผู้นั้นจะต้องนำแกะไปฆ่าถวายเป็นเครื่องบูชาแด่พระเจ้า แกะนั้นต้องตายเพื่อรับความผิดบาปแทนผู้ที่ทำผิดพระบัญญัติ นี่เป็นการเตือนให้เรารู้ว่าการไม่เชื่อฟังและไม่ทำตามพระบัญญัติของพระเจ้าเป็นความผิดบาปต่อพระเจ้า แกะจึงเป็นสัญลักษณ์อย่างหนึ่งซึ่งชี้ให้เห็นว่าการไถ่บาปครั้งใหญ่กำลังจะมาในภายหน้า พระเจ้ามีแผนการส่งพระบุตรองค์เดียวของพระองค์คือพระเยซูคริสต์ลงมายังโลกนี้ เพื่อเป็นเครื่องบูชาไถ่บาปของมนุษย์ทุกคน
|
รูปภาพที่ 12: พระผู้ช่วยให้รอดที่พระเจ้าสัญญาไว้ ลูกา 1: 26-38, มัทธิว 1:18-25
หลายชั่วอายุคนต่อมา พระเจ้าได้ใช้ทูตสวรรค์องค์หนึ่งลงมาปรากฏแก่หญิงพรหมจารีชื่อมารีย์ ซึ่งมารีย์ได้หมั้นกับชายคนหนึ่งชื่อโยเซฟ ทูตสวรรค์กล่าวกับมารีย์ว่า "เธอเป็นผู้ที่พระเจ้าโปรดปราน ดูเถิดเธอจะตั้งครรภ์และคลอดบุตรชาย จงตั้งชื่อบุตรนั้นว่าเยซู" มารีย์พูดว่า "เหตุการณ์นี้จะเกิดขึ้นได้อย่างไรในเมื่อข้าพระองค์เป็นหญิงพรหมจารี" ทูตสวรรค์ตอบว่า "พระวิญญาณบริสุทธิ์ของพระเจ้าจะเสด็จลงมาบนเธอ เหตุฉะนั้นบุตรที่เกิดมาจะถูกเรียกว่า บุตรของพระเจ้า" แล้วทูตสวรรค์ยังได้ปรากฏแก่โยเซฟในฝัน กล่าวว่า "โยเซฟเอ๋ย อย่ากลัวที่จะรับมารีย์มาเป็นภรรยาของเจ้าเลย เพราะผู้ที่ปฏิสนธิในครรภ์ของเธอมาจากพระวิญญาณบริสุทธิ์ เธอจะคลอดบุตรชาย จงเรียกนามท่านว่า เยซู" (เยซู หมายถึงผู้ช่วยให้รอด) หลังจากนั้นโยเซฟก็ได้รับมารีย์มาเป็นภรรยา แต่มิได้สมสู่กับเธอจนพระกุมารเยซูถือกำเนิด
|
รูปภาพที่ 13: กำเนิดพระเยซู ลูกา 2:1-20
ในเวลานั้นกษัตริย์มีคำสั่งให้ประชาชนทุกคนไปจดทะเบียนสำมะโนครัวที่บ้านเกิดของตน โยเซฟและมารีย์จึงเดินทางกลับไปจดทะเบียนที่เบธเลเฮมซึ่งเป็นบ้านเกิดของพวกเขา เมื่อไปถึงที่นั่นไม่มีที่พักสำหรับพวกเขานอกเสียจากคอกสัตว์ และที่คอกสัตว์แห่งนี้มารีย์ได้ให้กำเนิดพระกุมารเยซู ในคืนนั้นทูตสวรรค์ของพระเจ้าได้ปรากฏแก่คนเลี้ยงแกะที่กำลังเลี้ยงแกะอยู่ในทุ่งนาบริเวณนั้น ทูตสวรรค์กล่าวว่า "เรานำข่าวดีมายังท่านทั้งหลาย เพราะวันนี้พระผู้ช่วยให้รอดของท่านทั้งหลาย คือพระเยซูคริสต์เจ้าได้มาบังเกิดแล้ว" ในทันใดนั้นมีทูตสวรรค์หลายองค์ปรากฏกายขึ้นบนท้องฟ้าและร้องเพลงสรรเสริญพระเจ้า คนเลี้ยงแกะพูดกันว่า "เราไปเบธเลเฮมดูเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกันเถิด" เมื่อพวกเขาได้ไปพบพระกุมารเยซูแล้ว พวกเขาก็ได้ไปบอกให้คนอื่นๆ ฟังเกี่ยวกับเรื่องที่ได้ยินและได้เห็นเกี่ยวกับพระกุมารเยซู คนทั้งปวงที่ได้ฟังก็ประหลาดใจยิ่งนัก
|
รูปภาพที่ 14: พระเยซูเป็นพระอาจารย์ ลูกา 2:41-52, มาระโก 6:30-34
พระเยซูเติบโตในบ้านของมารีย์และโยเซฟ เมื่อพระองค์อายุ 12 ปี มารีย์และ โยเซฟได้พาพระองค์ไปกรุงเยรูซาเล็ม พระองค์ได้สนทนาเรื่องราวของพระเจ้ากับพวกอาจารย์และพวกผู้นำของประชาชน พระองค์รับฟังและถามคำถามพวกเขา ทุกคนที่ได้ยินก็พากันประหลาดใจมากที่พระองค์รู้เรื่องราวของพระเจ้าเป็นอย่างดี และเมื่อพระเยซูอายุ 30 ปี พระองค์เริ่มสั่งสอนประชาชนเกี่ยวกับเรื่องของพระเจ้า มีผู้คนจำนวนมากเชื่อในคำสอนและได้ติดตามพระองค์ แต่ก็มีหลายคนที่ไม่เชื่อและคอยขัดขวางงานของพระองค์
|
รูปภาพที่ 15: พระเยซูทำการอัศจรรย์ มาระโก 8:22-26; 5:35-43; 6:45-52
พระเยซูมีฤทธิ์อำนาจที่มาจากพระเจ้า พระองค์ทำการอัศจรรย์หลายอย่าง ทรงรักษาผู้ที่เจ็บป่วย ทำให้คนตาบอดกลับมองเห็นได้ ทำให้คนที่ตายแล้วกลับมีชีวิตขึ้นมาอีก ทำให้พายุสงบและเดินบนผิวน้ำ เมื่อคนทั้งหลายได้เห็นการอัศจรรย์เหล่านี้ พวกเขาเชื่อว่าพระองค์มาจากพระเจ้า พวกเขาประหลาดใจในคำพูดและการกระทำของพระองค์
พี่น้องทั้งหลาย พระเยซูมีฤทธิ์อำนาจสามารถช่วยเหลือเราได้เช่นกัน
|
รูปภาพที่ 16: พระเยซูทนทุกข์ มัทธิว 27:11-31
พระเยซูทำการอัศจรรย์หลายอย่างและมีคนจำนวนมากติดตามพระองค์ พระองค์ช่วยเหลือและสอนคนเหล่านั้นถึงหนทางของพระเจ้า พระเยซูเสด็จมาเพื่อสำแดงความรักของพระเจ้า และนำมนุษย์ทุกคนกลับไปหาพระเจ้า ถึงอย่างนั้นก็ตามพวกผู้นำศาสนาเกิดความอิจฉาและมีจิตใจแข็งกระด้าง พวกเขาไม่เชื่อว่าพระเยซูคือผู้ที่พระเจ้าส่งมายังโลกนี้ พวกเขาได้ฝ่าฝืนพระบัญญัติของพระเจ้าและไม่ยอมรับว่าเขาเองเป็นคนบาป พวกผู้นำเหล่านี้ยังพูดใส่ร้ายพระเยซู พระองค์จึงถูกจับ ทหารได้เฆี่ยนตีและทำมงกุฎหนามสวมบนศีรษะของพระองค์และเยาะเย้ยพระองค์ พระเยซูเป็นบุตรของพระเจ้า พระองค์มีฤทธิ์อำนาจที่จะทำลายคนเหล่านั้นได้ แต่พระองค์ไม่ได้ขัดขืนพวกเขาเลย เพราะพระองค์รู้ดีว่านี่เป็นแผนการของพระเจ้า
|
รูปภาพที่ 17: พระเยซูถูกตรึงบนไม้กางเขน มาระโก 15:22-39; 1 เปโตร 2:21-24
พวกทหารนำพระเยซูไปตรึงบนไม้กางเขน และพระองค์ได้สิ้นพระชนม์ที่นั่น สมัยนั้นการตรึงบนไม้กางเขนเป็นการประหารชีวิตอย่างทารุณสำหรับคนที่ทำผิดกฏหมาย มีนักโทษอาชญากรสองคนถูกตรึงพร้อมกับพระองค์ด้วย แต่พระเยซูไม่ใช่นักโทษอาชญากรเพราะพระองค์ไม่ได้ทำความผิดอะไรเลย
เราทุกคนเป็นคนบาปและสมควรตายในความผิดบาปของตนเอง แต่พระเยซูรับโทษแทนเรา พระองค์เสด็จลงมาเพื่อเป็นค่าไถ่บาปของเราทุกคน ถ้าเรายอมรับว่าเราเป็นคนบาปและกลับมาหาพระเจ้า พระองค์ก็จะอภัยให้เรา จงเชื่อในพระเยซูคริสต์เจ้า แล้วท่านจะได้รับความรอด
|
รูปภาพที่ 18: พระเยซูเป็นขึ้นมาจากความตาย ลูกา 23:50-24:9
ฝ่ายศัตรูของพระเยซูคิดว่าพวกเขาได้กำจัดพระองค์สำเร็จแล้ว แต่เหตุการณ์ไม่เป็นเช่นนั้น หลังจากพระเยซูสิ้นพระชนม์บนไม้กางเขน สหายของพระองค์ได้นำศพของพระองค์ไปไว้ในอุโมงค์และปิดทางเข้าอุโมงค์ด้วยหินก้อนใหญ่ สองวันผ่านไปและในวันที่สามพระเยซูก็ได้เป็นขึ้นมาจากความตาย เวลานั้นมีผู้หญิงบางคนได้ไปที่อุโมงค์ เพื่อนำเครื่องหอมไปไว้ตามประเพณีงานศพ เมื่อไปถึงที่นั่นพวกเธอกลับเห็นก้อนหินถูกกลิ้งออกจากปากอุโมงค์ฝังศพแล้ว และศพของพระเยซูก็ได้หายไปด้วย แล้วมีทูตสวรรค์สององค์มาปรากฏและบอกพวกเธอว่าพระเยซูยังทรงพระชนม์อยู่ ทูตสวรรค์พูดว่า "พระองค์ไม่ได้อยู่ที่นี่ พระองค์เป็นขึ้นมาจากความตายแล้ว"
ใช่แล้ว! พระเยซูเป็นขึ้นมาจากความตาย พระองค์สำแดงให้เรารู้ว่าพระองค์เป็นพระเจ้าเที่ยงแท้ พระเยซูคริสต์ยังทรงพระชนม์อยู่จนถึงทุกวันนี้ พระองค์มีชัยชนะเหนือมารซาตานและความตายชั่วนิรันดร์
|
รูปภาพที่ 19: โธมัสเชื่อ ยอห์น 20:19-31
หลังจากพระเยซูเป็นขึ้นมาจากความตาย พระองค์ได้ปรากฏกายแก่เหล่าสาวกพระองค์สนทนาและรับประทานอาหารร่วมกับพวกเขา มีสาวกคนหนึ่งชื่อโธมัสไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์นั้น เขาจึงไม่เชื่อว่าพระเยซูเป็นขึ้นมาอีกครั้ง เขาพูดว่า "ถ้าข้าไม่ได้เห็นและสัมผัสรอยตะปูที่มือของพระองค์ข้าจะไม่เชื่อ" หลังจากนั้นแปดวันพระเยซูปรากฏกายอีกครั้ง และครั้งนี้โธมัสอยู่ในเหตุการณ์ด้วย อย่างที่ท่านเห็นในรูปภาพ โธมัสได้คุกเข่าลงต่อหน้าพระเยซูแล้วพูดว่า "องค์พระผู้เป็นเจ้าและพระเจ้าของข้าพระองค์" โธมัสไม่มีความสงสัยอีกแล้ว พระเยซูพูดว่า "เพราะว่าท่านเห็นเราท่านจึงเชื่อ ส่วนผู้ที่ไม่เห็นเราแต่เชื่อก็เป็นสุข"
|
รูปภาพที่ 20: การเสด็จขึ้นสู่สวรรค์ กิจการ 1:1-11
หลังจากพระเยซูเป็นขึ้นมาจากความตาย พระองค์ใช้ชีวิตร่วมกับสาวกของพระองค์อีกสี่สิบวัน พระองค์ปรากฏกายให้คนเป็นอันมากได้เห็น คนเหล่านั้นจึงรู้แน่ว่าพระองค์ยังมีชีวิตอยู่ พระองค์พูดสั่งสาวกของพระองค์ว่า "เจ้าทั้งหลายจงออกไปสั่งสอนชนทุกชาติให้เป็นสาวกของเรา สอนเขาให้ถือรักษาสิ่งสารพัดซึ่งเราได้สั่งพวกเจ้าไว้" เมื่อถึงเวลาที่พระเยซูจะเสด็จกลับสู่สวรรค์ พระองค์ได้ทำพระราชกิจของพระองค์ในโลกนี้สำเร็จแล้วทุกประการ ขณะที่เหล่าสาวกมองดูพระองค์อยู่นั้น พระเจ้าทรงรับพระองค์ขึ้นไปและมีเมฆคลุมพระองค์ให้พ้นสายตาของเขา จากนั้นมีทูตสวรรค์สององค์มาปรากฏและพูดกับเหล่าสาวกว่า พระเยซูจะเสด็จกลับมาอีกครั้งเหมือนอย่างที่ท่านทั้งหลายได้เห็นพระองค์เสด็จขึ้นไปยังสวรรค์
พระเยซูสัญญาว่าพระองค์จะขึ้นไปจัดเตรียมที่ที่พิเศษ ไว้สำหรับผู้ที่เชื่อวางใจในพระองค์ ที่นั่นคือแผ่นดินสวรรค์ เราไม่รู้ว่าพระองค์จะเสด็จกลับมาอีกครั้งเมื่อไหร่ แต่เราต้องเตรียมพร้อมอยู่เสมอ เพราะในวันนั้นคนที่เชื่อในพระเยซูจะถูกรับขึ้นไปอยู่กับพระองค์ในแผ่นดินสวรรค์ ท่านทั้งหลายจะเชื่อและติดตามพระเยซูคริสต์เจ้าไหม? ท่านทั้งหลายพร้อมที่จะพบกับพระองค์ ในวันที่พระองค์เสด็จกลับมาไหม?
|
รูปภาพที่ 21: ไม้กางเขนที่ว่างเปล่า 1 เปโตร 3:18, กาลาเทีย 2:20
ทำไมพระเยซูต้องยอมตายบนไม้กางเขน? พระเยซูไม่ได้เป็นคนบาป แต่สละพระองค์เอง เพื่อช่วยคนบาปให้พ้นจากการถูกลงโทษเพราะบาปนั้น ไม้กางเขนเตือนให้เรารู้ว่าพระเยซูยอมตายเพื่อไถ่บาปของเรา ความบาปนั้นได้แยกเราออกจากพระเจ้า พระเยซูบริสุทธิ์ปราศจากความบาป พระองค์เป็นเหมือนลูกแกะของพระเจ้าและเป็นเครื่องบูชาไถ่บาปของเรา เมื่อเราเชื่อในพระเยซูและหันกลับมาหาพระเจ้า พระองค์จะอภัยให้เรา และทำให้เราเป็นบุตรของพระเจ้า ในรูปภาพต่อไปจะช่วยให้ท่านเข้าใจชีวิตของผู้ที่ติด ตามพระเยซูคริสต์เจ้า
|
รูปภาพที่ 22: สองทางเลือก มัทธิว 7:13-14, ยอห์น 3:16, 1 ยอห์น 1:9
เราทุกคนเริ่มต้นดำเนินชีวิตบนเส้นทางที่กว้าง ซึ่งเปรียบเสมือนเส้นทางแห่งความบาป เพราะเราทุกคนมีธรรมชาติบาปที่ได้รับมาจากอาดัมบรรพบุรุษของมนุษย์ พระเยซูสอนถึงทางที่นำไปสู่ชีวิตนิรันดร์ ซึ่งเป็นเส้นทางที่คับแคบแต่นำไปถึงพระเจ้าและชีวิตนิรันดร์บนแผ่นดินสวรรค์ พระเยซูปรารถนาให้เราเดินบนทางแคบนี้ ในรูปภาพเราจะเห็นไม้กางเขนตั้งอยู่ที่ปากทางแคบ เราจะเข้าไปในทางแคบนี้ได้ก็ต่อเมื่อเราสารภาพบาปของเรา และเชื่อว่าพระเยซูตายบนไม้กางเขนเพื่อเรา มีผู้คนมากมายที่ไม่ต้องการหันหลังจากทางของความบาป ทางที่จะนำไปแผ่นดินสวรรค์นั้นคับแคบเกินไปสำหรับพวกเขา ดังนั้นพวกเขาจึงดำเนินชีวิตในทางที่กว้าง แต่ทางนั้นจะนำพวกเขาไปสู่ความพินาศในนรก
พี่น้องที่รักทั้งหลาย ท่านจะเดินทางไหน? ท่านสามารถทูลกับพระองค์ดังนี้ว่า "ข้าแต่พระบิดาเจ้า พระองค์ยิ่งใหญ่และบริสุทธิ์ ข้าพระองค์ขอสารภาพว่าข้าพระองค์เป็นคนบาป ข้าพระองค์เชื่อว่าพระเยซูตายบนไม้กางเขนเพื่อรับการลงโทษแทนข้าพระองค์ ขอทรงยกโทษให้ข้าพระองค์ ขอชำระข้าพระองค์จากความบาปและให้ข้าพระองค์เป็นบุตรของพระองค์ ข้าพระองค์ปรารถนาที่จะเดินตามทางของพระเยซูและมีชีวิตกับพระองค์ ข้าพระองค์เชื่อว่าเมื่อจากโลกนี้ไปข้าพระองค์จะได้อยู่กับพระองค์บนแผ่นดินสวรรค์ ขอบพระคุณพระเจ้า อธิษฐานในพระนามพระเยซูคริสต์เจ้า อาเมน"
|
รูปภาพที่ 23: บุตรของพระเจ้า ยอห์น 6:37-40; 14:6, วิวรณ์ 7:9
รูปภาพนี้พระเยซูกำลังต้อนรับมนุษย์ทุกชาติพันธุ์ ไม่ว่าผู้นั้นจะเป็นชนชาติใด ภาษาไหน ไม่ว่าจะเป็นเด็ก ผู้ใหญ่ ชาย หรือหญิง คนเหล่านี้เชื่อในพระเยซูและได้รับสิทธิเป็นบุตรของพระเจ้า พวกเขาเดินอยู่บนทางแคบที่นำไปสู่แผ่นดินสวรรค์ บุตรของพระเจ้าทุกคนเปรียบเสมือนครอบครัวใหญ่ครอบครัวหนึ่ง ที่มีสมาชิกครอบครัวทั้งร่ำรวย ยากจน ผิวขาว ผิวเหลือง หรือผิวดำ ทุกคนล้วนเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันในพระเยซูคริสต์เจ้า
|
รูปภาพที่ 24: การบังเกิดใหม่ ยอห์น 3:1-18, ทิตัส 3:4-7, 1 เปโตร 1:22-23
ตอนที่พระเยซูยังอยู่ในโลกนี้มีครูสอนศาสนาที่มีชื่อเสียงคนหนึ่งชื่อนิโคเดมัส คืนหนึ่งเขาไปหาพระเยซูเพื่อซักถามพระองค์ และพระเยซูได้ตอบบางอย่างที่ทำให้เขาประหลาดใจมาก พระองค์พูดว่า ถ้าผู้ใดต้องการเป็นสมาชิกในครอบครัวของพระเจ้าผู้นั้นจะต้องบังเกิดใหม่ก่อน
เราทุกคนเข้าเป็นสมาชิกในครอบครัวของเรา ด้วยการถือกำเนิดจากบิดามารดา ส่วนการเข้าเป็นสมาชิกในครอบครัวของพระเจ้าจะต้องเกิดครั้งที่สอง การเกิดครั้งแรกเป็นการเกิดฝ่ายร่างกาย ส่วนการเกิดครั้งที่สองหรือการบังเกิดใหม่เป็นการเกิดฝ่ายจิตวิญญาณ พระวิญญาณบริสุทธิ์ของพระเจ้าจะประทานชีวิตใหม่แก่เรา ซึ่งเป็นชีวิตในพระเยซูคริสต์ที่เราได้รับเมื่อเราเชื่อและติดตามพระองค์ เราจึงกลายเป็นคนใหม่และเป็นคนของพระเจ้า
|
รูปภาพที่ 25: การเสด็จมาของพระวิญญาณบริสุทธิ์ ยอห์น14:15-18, กิจการ 2:1-39
ก่อนที่พระเยซูจะเสด็จขึ้นสู่สวรรค์ พระองค์ได้สัญญากับเหล่าสาวกว่าพระองค์จะส่งพระวิญญาณบริสุทธิ์ลงมา หลังจากที่พระเยซูเสด็จขึ้นสู่สวรรค์สิบวัน เหล่าสาวกของพระองค์ได้อยู่รวมกันในที่แห่งหนึ่ง (ท่านจะเห็นได้จากรูปนี้) ในทันใดนั้นมีเสียงดังเหมือนเสียงพายุ มีเปลวไฟลักษณะเหมือนลิ้นปรากฏอยู่เหนือสาวกแต่ละคน พระวิญญาณ บริสุทธิ์ได้เสด็จลงมา และสาวกทุกคนก็เต็มไปด้วยพระวิญญาณบริสุทธิ์ เหตุการณ์นี้เป็นไปดังที่พระเยซูได้สัญญาไว้ ในวันนั้นมีผู้คนหลายชนชาติอยู่ในกรุงเยรูซาเล็ม เมื่อเหล่าสาวกประกอบด้วยพระวิญญาณบริสุทธิ์ พวกเขาก็สามารถพูดภาษาของชนชาติต่างๆพวกเขาประกาศกับคนเหล่านั้นถึงการอัศจรรย์ที่พระเจ้าได้กระทำ วันนั้นมีสามพันคนต้อนรับพระเยซูคริสต์ ทุกวันนี้พระวิญญาณบริสุทธิ์สถิตอยู่ในผู้เชื่อทุกคน พระวิญญาณบริสุทธิ์ช่วยเราให้เชื่อฟังพระเยซู และช่วยเราในการประกาศพระนามของพระองค์แก่ผู้อื่น
|
รูปภาพที่ 26: เดินในความสว่าง ยอห์น 3:19-21; 8:12, 1ยอห์น 1:5-7
ผู้ที่ไม่เชื่อพระเยซูก็เป็นเหมือนชายในรูปแรกที่เดินในความมืด เขาเดินสะดุดและหกล้มบ่อยครั้งเพราะไม่มีแสงสว่างนำทาง แต่ถ้าเราวางใจในพระเยซูคริสต์เจ้า เราจะเป็นเหมือนชายในรูปที่เดินบนถนนที่มีแสงสว่าง ซึ่งเขาสามารถมองเห็นทางที่กำลังเดิน เขาจะไม่หกล้มแม้ว่าทางนั้นขรุขระ พระเยซูพูดว่า "เราเป็นความสว่างของโลก ผู้ที่ตามเรามาจะไม่เดินในความมืดแต่จะมีความสว่างแห่งชีวิต" พระองค์ประทานพระวิญญาณบริสุทธิ์ เพื่อนำทางผู้เชื่อให้เดินในทางของพระองค์
|
รูปภาพที่ 27: คนใหม่ กาลาเทีย 5:16-26, เอเฟซัส 4:22-32, 2โครินธ์ 5:17
ผู้ใดติดตามพระเยซูคริสต์ผู้นั้นจะเป็นคนใหม่ที่มีใจปรารถนาเชื่อฟังพระคำของพระเจ้า เขาจะขอบคุณพระเจ้าที่อภัยความผิดบาปและให้ชีวิตใหม่แก่เขา เขาจะไม่ทำสิ่งที่ทำให้พระเจ้าเสียใจ ดังนั้นผู้เชื่อในพระเยซูจะไม่มีส่วนร่วมในการล่วงประเวณี การทะเลาะวิวาท การลักทรัพย์ การนับถือรูปเคารพและนมัสการพระอื่นๆ พระวิญญาณบริสุทธิ์จะประทานอำนาจแก่ผู้เชื่อให้สามารถปฏิเสธสิ่งชั่วร้ายและทำสิ่งดี
|
รูปภาพที่ 28: ครอบครัวคริสเตียน เอเฟซัส 5:21-6:4, 1 เปโตร 3:1-9
เมื่อครอบครัวใดดำเนินชีวิตในทางของพระเยซูอย่างแท้จริงแล้วนั้น ผู้เป็นสามีจะรักภรรยาของตน ส่วนผู้เป็นภรรยาก็จะให้เกียรติแก่สามีของเธอ นี่เป็นพระคำของพระเจ้าที่สอนสามีภรรยาให้ช่วยเหลือและเสริมสร้างซึ่งกันและกัน พวกเขาอบรมสั่งสอนบุตรให้รักพระเจ้าและเชื่อฟังพระคำของพระองค์
ครอบครัวที่อธิษฐานและทำงานร่วมกันด้วยความสามัคคีปรองดองนั้นเป็นครอบครัวที่ถวายเกียรติแด่พระเจ้า
|
รูปภาพที่ 29: จงรักศัตรูของท่าน มัทธิว 5:43-48, ลูกา 10:25-37
พระเยซูสั่งสอนผู้ที่ติดตามพระองค์ให้รักทุกคน เราควรจะรักทุกคนแม้แต่ศัตรูของเรา พระเยซูเล่าเรื่องชายคนหนึ่งที่เดินทางเพียงลำพัง เขาถูกโจรปล้นและทุบตีจนได้รับบาดเจ็บสาหัส มีชายคนหนึ่งจากเผ่าที่คนทั่วไปดูหมิ่นผ่านมาพบเข้า เขาช่วยพันแผลและแบกชายที่บาดเจ็บขึ้นบนหลังลาของตนแล้วนำไปส่งที่โรงแรมแห่งหนึ่ง เขาจ่ายเงินให้เจ้าของโรงแรมเพื่อเป็นค่าดูแลและค่าใช้จ่ายจนกว่าชายผู้บาดเจ็บจะหายดี พระเยซูพูดว่า เราควรรักและช่วยเหลือคนที่ต้องการความช่วยเหลือ ไม่ว่าคนนั้นจะเป็นคนเชื้อชาติใดหรือศาสนาไหนก็ตาม
|
รูปภาพที่ 30: พระเยซูเป็นผู้มีอำนาจแต่เพียงผู้เดียว กิจการ 19:18-20, สดุดี 115:1-8, 1 ยอห์น 3:8, 4:4
ชายในภาพนี้กำลังเผาเครื่องบูชาและเครื่องลางของขลังที่เมื่อก่อนพวกเขาเคารพและนับถือ แต่เดี๋ยวนี้พวกเขาได้ติดตามพระเยซูแล้ว
ผู้ติดตามพระเยซูจะไม่เคารพและบูชาวิญญาณชั่ว เราไม่ต้องกลัวและรับใช้มันอีก เพราะพระเจ้ามีฤทธิ์อำนาจเหนือมารซาตาน ผู้ที่เชื่อในพระองค์ต้องทำลายสิ่งที่ผูกมัดตนเองกับมารซาตานและวิญญาณชั่วให้หมด พระเยซูจะปกป้องเราจากมารซาตานเมื่อเราทูลขอต่อพระองค์
|
รูปภาพที่ 31: ขับไล่วิญญาณชั่ว มาระโก 5:1-20, ยากอบ 4:7
มีชายคนหนึ่งถูกวิญญาณชั่วเข้าสิงอยู่จำนวนมาก วิญญาณชั่วที่อยู่ในตัวชายผู้นี้มีกำลังมากจนเชือกและโซ่มัดเขาไว้ไม่อยู่ พระเยซูสั่งให้เหล่าวิญญาณชั่วออกจากชายผู้นี้ แล้วพวกมันก็ทำตาม ! ชายคนนี้จึงได้รับเสรีภาพจากวิญญาณชั่ว หลังจากนั้นเขาได้ไปเล่าเรื่องที่พระเยซูช่วยเขาพ้นจากวิญญาณชั่วให้เพื่อนทุกคนฟัง
พระเยซูขับไล่วิญญาณชั่วออกจากผู้คนเป็นจำนวนมาก แม้แต่มารซาตานและวิญญาณชั่วยังต้องเชื่อฟังพระองค์ (เพิ่มเติมตามความเหมาะสมของแต่ละวัฒนธรรม) บางครั้งผู้เชื่อยังถูกวิญญาณชั่วรบกวน แต่จงจำไว้ว่าท่านเป็นบุตรของพระเจ้า มารซาตานไม่มีส่วนในชีวิตของท่าน จงทูลขอฤทธิ์อำนาจจากพระเยซูคริสต์ให้ขับไล่วิญญาณชั่วนั้นออกไปจากชีวิตของท่าน และขอพี่น้องที่เชื่อในพระเยซูอธิษฐานร่วมกับท่าน เมื่อเชื่อในพระเยซูฤทธิ์อำนาจของพระองค์จะปกป้องท่าน และมารซาตานจะไม่สามารถทำร้ายท่านได้
|
รูปภาพที่ 32: สิ่งล่อใจ มัทธิว 6:24 , 1 ทิโมธี 6:6-10, 1โครินธ์ 10:13-14
บ่อยครั้งมารซาตานพยายามยั่วยวนหรือล่อลวงลูกของพระเจ้า มันต้องการให้เราเลิกติดตามพระเยซู มารซาตานพยายามล่อลวงผู้เชื่อโดยสิ่งต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเงินทอง เสื้อผ้า สิ่งมึนเมา และชีวิตที่ผิดศีลธรรม มันต้องการหลอกให้เราคิดว่าสิ่งเหล่านั้นจะทำให้เรามีความสุข มารซาตานเป็นผู้หลอกลวง มันต้องการที่จะล่อลวงเราและทำให้เราหันหลังให้กับพระเจ้า
จงร้องทูลขอต่อพระเจ้าให้ช่วยเหลือท่านในการต้านทานการล่อลวงต่างๆ จงวางใจในพระเยซูคริสต์และติดตามพระองค์เพียงผู้เดียวเท่านั้น
|
รูปภาพที่ 33: ถ้าเราทำบาป ลูกา 15:11-32, 1 ยอห์น 1:7-9
ถ้าผู้เชื่อทำบาปจะเกิดอะไรขึ้น? พระเยซูเล่าเรื่องหนึ่งว่า มีชายหนุ่มคนหนึ่งออกจากบ้านไปเมืองไกลและทำสิ่งชั่วร้ายมากมาย ความบาปของเขาเพิ่มมากขึ้นโดยการล่วงประเวณี และผลาญเงินทองของพ่อจนหมดสิ้น เมื่อเกิดการกันดารอาหารอย่างรุนแรง เขากลายเป็นคนยากจนไม่มีอะไรจะกิน เขารู้ตัวว่าได้ทำผิดต่อพระเจ้าและต่อพ่อของเขา เขาสำนึกผิดในสิ่งที่ได้ทำลงไปและตัดสินใจเดินทางกลับไปหาพ่อ ฝ่ายผู้เป็นพ่อรักลูกชายมาก แม้เขาจะทำความผิดบาปอย่างใหญ่หลวง แต่พ่อก็ยกโทษให้และมีความชื่นชมยินดีที่ได้ลูกชายคนเล็กกลับมาอีกครั้ง
ถ้าเราทำบาป เราต้องสำนึกผิด สารภาพความบาป และหันจากบาปนั้น พระเจ้าจะยกโทษและต้อนรับเราอีกครั้งดังผู้เป็นพ่อในเรื่องนี้ พระองค์รักเรามาก พระเยซูพูดว่า "มีความสุขเปรมปรีดิ์ในสวรรค์ เมื่อคนบาปคนหนึ่งกลับใจ"
|
รูปภาพที่ 34: ความเจ็บป่วย ฟีลิปปี 4:6-7, ยากอบ 5:13-16
ผู้ที่เชื่อในพระเจ้าควรทำอย่างไรเมื่อเจ็บป่วย? สิ่งแรกที่ควรทำคืออธิษฐานกับพระเจ้า และเชื่อว่าพระองค์จะนำในสิ่งที่ดีที่สุด พระเจ้าสามารถรักษาเราได้ถ้าเป็นพระประสงค์ของพระองค์ พระเจ้ารักเรา และควบคุมทุกอย่างที่จะเกิดขึ้นกับเรา พระเยซูอยู่กับเรา ให้เรามีสันติสุข และช่วยเหลือเราในยามเจ็บป่วย
|
รูปภาพที่ 35: ความตาย 1 เธสะโลนิกา 4:13-18; 5:9-11, ฮีบรู 2:14-15, วิวรณ์ 14:13
คนสองกลุ่มในภาพนี้กำลังฝังศพตามประเพณี เราทุกคนก็เช่นกันสักวันหนึ่งเราก็ต้องจากโลกนี้ไป หลังจากนั้นจะมีอะไรเกิดขึ้นกับเรา? พระวจนะของพระเจ้าคือพระคัมภีร์กล่าวว่าผู้เชื่อที่ตายแล้วจิตวิญญาณจะได้อยู่กับพระเยซูคริสต์ในแผ่นดินสวรรค์
ในภาพครอบครัวและเพื่อนๆ ที่เชื่อในพระเยซูคริสต์มีความเสียใจแต่พวกเขาก็มีความหวังที่จะได้พบกับผู้ตายบนแผ่นดินสวรรค์อีก ดังนั้นเราจึงไม่ต้องกลัวความตาย เพราะพระเจ้ารักและได้ช่วยเราให้รอดพ้นจากความบาปและความพินาศชั่วนิรันดร์แล้ว ส่วนผู้ที่ไม่มีความเชื่อนั้นโศกเศร้าเพราะไม่มีความหวังถึงชีวิตนิรันดร์ในพระเจ้า พระคัมภีร์ได้กล่าวไว้ว่าพวกเขาจะต้องไปยังที่ที่ถูกลงโทษชั่วนิรันดร์ เมื่อท่านจากโลกนี้ไปท่านจะไปที่ไหน?
|
รูปภาพที่ 36: ร่างกายของพระคริสต์ ฮีบรู 10:24-25, 1 โครินธ์ 11:23-34,โคโลสี 3:15-17
อวัยวะในร่างกายแต่ละส่วนมีหน้าที่ต่างกัน ตามีไว้ดู หูมีไว้ฟัง และปากมีไว้พูด อวัยวะทุกส่วนในร่างกายของเราทำงานร่วมกัน ถ้าส่วนใดส่วนหนึ่งเจ็บป่วยหรือถูกทำร้ายส่วนอื่นๆ.ก็จะเจ็บไปด้วย พระเจ้าพูดว่าผู้เชื่อก็เป็นส่วนหนึ่งของร่างกายเรียกว่าคริสตจักร พระเยซูเป็นศีรษะของร่างกายนั้น พระเจ้ามีงานให้ผู้เชื่อทุกคนทำ เช่นการเทศนา การร้องเพลง การให้ การสั่งสอน การต้อนรับ การช่วยเหลือผู้อื่น ถ้าผู้เชื่อคนใดบกพร่องในหน้าที่ของตนก็จะส่งผลกระทบส่วนอื่นๆ ในคริสตจักรทั้งหมด ผู้เชื่อทุกคนต้องทำงานร่วมกันเพื่อถวายเกียรติแด่พระเจ้า และรับใช้ซึ่งกันและกัน
|
รูปภาพที่ 37: การนมัสการพระเจ้า ฮีบรู 10:24-25, 1 โครินธ์ 11:23-34,โคโลสี 3:15-17
ผู้เชื่อทุกคนควรมีส่วนร่วมในการนมัสการพระเจ้า อธิษฐาน ศึกษาพระคัมภีร์ ร้องเพลงสรรเสริญและถวายทรัพย์เพื่อใช้ในงานของพระองค์อย่างสม่ำเสมอ พระเยซูสั่งสอนผู้ที่ติดตามพระองค์ให้ระลึกถึงการตายของพระองค์ ในรูปภาพนี้เราจะเห็นผู้เชื่อกำลังกินและดื่มร่วมกัน ขนมปังที่พวกเขากำลังกินนั้น เพื่อให้พวกเขาระลึกถึงร่างกายของพระเยซูที่ได้ตายบนไม้กางเขน และน้ำองุ่นที่พวกเขาดื่มนั้นเพื่อระลึกถึงโลหิตของพระองค์ที่ไหลออกเพื่อชำระความผิดบาปของพวกเขา เราทุกคนก็เช่นกันควรมีส่วนร่วมในการนมัสการพระเจ้า และระลึกถึงการตายของพระเยซู จนกว่าพระองค์จะเสด็จมาอีกครั้ง
|
รูปภาพที่ 38: พระเยซูจะเสด็จกลับมาอีกครั้ง ยอห์น 14:1-3, 1 เธสะโลนิกา 4:13-5:4
พระเยซูคริสต์เจ้าสัญญาว่าวันหนึ่งพระองค์จะเสด็จจากแผ่นดินสวรรค์มายังโลกนี้อีกครั้ง พระองค์จะมาในวันที่ทุกคนไม่คาดคิด เพื่อรับผู้เชื่อทุกคนไปอยู่กับพระองค์ในแผ่นดินสวรรค์ ผู้เชื่อที่ตายแล้วจะเป็นขึ้นมาจากความตายเพื่อไปพบพระองค์ ส่วนผู้ที่ยังมีชีวิตอยู่ก็จะถูกรับขึ้นไปในฟ้าอากาศเพื่อพบพระองค์ พวกเขาจะไปอยู่กับพระองค์ร่วมกันในแผ่นดินสวรรค์ชั่วนิรันดร์ ส่วนผู้ที่ไม่เชื่อก็จะถูกทอดทิ้งและถูกพิพากษาลงโทษจากพระเจ้า เราไม่รู้ว่าพระเยซูจะเสด็จมาเมื่อไหร่ ดังนั้นเราต้องเตรียมตัวให้พร้อมอยู่เสมอและรอคอยพระองค์เสด็จมา ท่านพร้อมที่จะพบกับพระองค์หรือยังถ้าพระองค์เสด็จมาในวันนี้?
|
รูปภาพที่ 39: ชีวิตที่เกิดผล มัทธิว 7:15-20, ยอห์น 15:1-8, กาลาเทีย 5:22-23
ต้นไม้ในรูปนี้มีผลดกมาก เมื่อเราดำเนินชีวิตตามพระเยซูคริสต์ พระวิญญาณบริสุทธิ์ของพระเจ้าจะทำงานในเราเพื่อจะได้เกิดผล ในพระคัมภีร์บอกกับเราไว้ว่า "ฝ่ายผลของพระวิญญาณของพระเจ้านั้นคือ ความรัก ความปลาบปลื้มใจ สันติสุข ความอดกลั้นใจ ความปราณี ความดี ความสัตย์ซื่อ ความสุภาพอ่อนน้อม การรู้จักบังคับตน" พระเยซูพูดว่า "เราเป็นเถาองุ่น ท่านทั้งหลายเป็นแขนง ผู้ที่เข้าสนิทอยู่ในเราและเราเข้าสนิทอยู่ในเขา ผู้นั้นก็จะเกิดผลมาก" แขนงที่ตายแล้วจะไม่เกิดผล แขนงนั้นก็จะต้องถูกตัดทิ้งเสีย แล้วนำไปเผาทิ้งในเตาไฟ
พระเยซูต้องการให้ผู้ที่ติดตามพระองค์เกิดผลมาก เพื่อสิ่งเหล่านี้จะเป็นการถวายเกียรติแด่พระเจ้า และสามารถช่วยเหลือผู้อื่นได้
|
รูปภาพที่ 40: การเป็นพยาน มัทธิว 28:16-20, กิจการ 1:8, มาระโก 16:15-20
พระเยซูพูดกับสาวกของพระองค์ว่า "จงออกไปและสั่งสอนผู้คนให้รู้เรื่องของเรา" ผู้ใดก็ตามที่เชื่อในพระองค์จะได้รับความรอดจากบาป พ้นจากการพิพากษาลงโทษ และความพินาศชั่วนิรันดร์ ถ้าท่านเป็นผู้เชื่อท่านจะต้องช่วยคนอื่นๆ ให้เข้าใจข่าวประเสริฐนี้ พระวิญญาณบริสุทธิ์ของพระเจ้าจะประทานความกล้าหาญให้แก่ท่านในการมีชีวิตอยู่เพื่อพระองค์และในการพูดเรื่องราวของพระองค์ ใช้หนังสือเล่มนี้เพื่อบอกกับคนอื่นในสิ่งที่ท่านได้เรียนรู้ เพื่อพวกเขาจะได้รู้ความจริงเกี่ยวกับพระเจ้าและพระเยซูคริสต์องค์พระผู้ช่วยให้รอดของเรา
|
Recordings of this script
GRN has recorded a version of this script in 1666 languages and dialects:
Abab: Penukal;
Abau;
Abui;
Aceh;
Achang: Husa;
Achang: Yanghe;
Ache;
Acheron;
Achik: Dual;
Achode;
Acholi;
Achuar;
Adang-Alor;
Adangme: Krobo;
Adele: Lower;
Adi, Galo;
Aekyom;
Aekyom;
Af Maay Maay;
Afrikaans;
Ahanta;
Ahe: Kanayat`n;
Aikana;
Aikana;
Aimol;
Aiton;
Akebou;
Akei;
Akeu;
Akha: Thailand;
Akposo;
Alawa;
Albanian: Kosova;
Albanian, Tosk;
Alyawarr;
Amanab;
Amarasi;
Ambai;
Ambulas: Maprik;
Amdo;
Amdo: Rongba;
Amharic;
Amoli;
Ampeeli;
Anakalang;
Anak Dalam;
Angal Heneng: Nembi;
Angal Heneng: Nembi;
Angal Heneng: Nipa;
Angal: Mendi;
Angal: Mendi;
Angal: Orone;
Angika;
Angor;
Anigibi;
Anii: Giseda;
Anii: Giseda;
Anuki;
Anyin;
Apal;
Apatani;
Arabic, Mesopotamian: Baghdadi;
Arabic, Moroccan;
Arabic, North Levantine: North Lebanese Literary;
Arabic, Sa'idi;
Arabic, Sudanese Creole: Juba;
Arabic, Sudanese: Khartoum;
Arakan;
Aram: Lolaribu;
Araona;
Araona;
Are;
Aren;
Armenian: Eastern;
Armenian: Western;
Arosi;
Arove;
Aruwam;
Ashaninca: Satipo;
Ashaninka: Apurimac;
Asmat, Central: Ayam;
Asmat: Manep;
Asmat: Saman;
Asmat: Waganu;
Asmat, Yaosakor;
Assamese;
Atohwaim;
A'tong;
Atoni: Mollo-miomafo;
Auhelawa;
Auyu: Bade;
Auyu, Miaro;
Auyu: Nohon;
Awadhi: Uttari;
Awutu: Efutu;
Ayore;
Azerbaijani, North;
Azoumeina: Marba;
Baaja;
Baajek-Ajek;
Bada;
Badameo;
Bade;
Badi;
Badui;
Baelelea;
Bagari;
Bahasa Indonesia;
Bahasa Indonesia;
Baikeno;
Bainapi;
Baining: Qaqet;
Baining: Qaqet;
Bajare;
Bajau, Indonesian;
Baka: Sudan;
Bakati: Lara;
Bakati: Mayak;
Bakati: Riok;
Bakati: Sara;
Bakau;
Bakua;
Bakumpai;
Balangingi;
Balantak;
Balanta: Naga;
Bali;
Bali;
Balti;
Baluchi: Rind;
Bambam;
Bambam: Pattae;
Bambara;
Bambatana;
Bampape;
Bamu: Lower;
Banaro;
Bandi;
Bandial;
Bangala;
Banggai;
Banggai: Buko & Asli;
Bangla: Chittagonian;
Bangla: Singh;
Bangla: Sylheti;
Baniata ;
Baniwa;
Banjar;
Banjar;
Banyadu;
Ba'nyam;
Baraamu;
Bareke;
Basaa;
Basaa;
Basap;
Batak Karo;
Batak: Toba;
Batangkawa;
Batu Tajam;
Baure;
Bauzi;
Bawm;
Bayan;
Bayot: Essin;
Bazigar;
Bedamuni;
Bedamuni;
Bedineh;
Belangit;
Belawan;
Bembe;
Bemoyap;
Bemoyo;
Benyadu: Belangin;
Berusuh;
Bhili: Magra Ki Boli;
Bhojpuri: Southern Standard;
Bhunjia;
Bhuyan;
Biak;
Biak: Mapia;
Bidayuh;
Bijago: Bubaque;
Bilaan, Koronadal;
Bilaspuri;
Bilua;
Bimoba;
Bina'e;
Bipim;
Birao;
Birifor;
Bishnupria: Manipuri;
Bislama;
Bissa: Lebir;
Bitara;
Blang: Blang-Shan;
Blang: Blang-Shan;
Bobo Fing: Ouroue;
Bobo Madare, Southern: Benge;
Bodo: Meche;
Boikin;
Boikin;
Boko;
Bola;
Bombieta;
Bongo: Karagiti;
Bonjugi;
Borana: Gabbra;
Boro: Lower Assam;
Bosman;
Bosnian;
Botin;
Braj Bhasha: Antarbedi;
Breri Group;
Bughotu;
Bugis;
Bugun;
Buhutu;
Buksa;
Buli;
Bulu;
Bundeli: Nibhatta;
Burarra;
Buriat: Eastern;
Burmese;
Burmese: Beik;
Burmese: Yaw;
Burmeso;
Buru;
Bwaidoka: Bwaidoga;
Bwamu;
Bwamu;
Cantonese;
Cavinena;
Chacobo;
Chagga: Uru;
Chak;
Chakali;
Chakfem;
Chakma: Bangladesh;
Chamacoco Ishiro;
Chambeali;
Chang Naga;
Chatino, Alta Este;
Chatino, Tataltepec;
Chattisgarhi: Upparraj;
Cheke Holo;
Cheke Holo & Kokota;
Chepang: Western;
Chimane;
Chinantec, Comaltepec;
Chinantec, Comaltepec: Tectitlan;
Chinantec, Quiotepec;
Chinantec, Tlacoatzintepec;
Chin, Asho;
Chin, Asho;
Chin, Asho;
Chin, Asho: Sung Tu;
Chin, Dai;
Chin, Falam: Khualshim;
Chin, Falam: Laizo;
Chin, Falam: Lente;
Chin, Falam: Zanniat;
Chin, Haka: Sumsi;
Chin, Hakha;
Chin, Khumi;
Chin, Khumi Awa;
Chin, Khumi: Bangladesh;
Chin, Khumi: Lemi;
Chin, Khumi: Qengcaa;
Chin, Khumi: Yindi;
Chin: Lautu;
Chin, Mro;
Chin, Mun;
Chin, Mun;
Chin, Ngawn;
Chin, Senthang;
Chin, Tedim;
Chin, Thor;
Chin, Zotung;
Chipaya;
Chiquitano: San Ignacio De Velazco;
Chiripa;
Chopi;
Chuave: Kakamai;
Chumuru;
Churahi;
Cia-Cia;
Cia-Cia;
Citak;
Citak, Tamnim;
Cofan;
Cora: Mesa del Nayar;
Creole: Mauritius;
Crioulo;
Cuicatec: Papalo;
Da'a;
Daasanech;
Daga;
Dagara: Wile;
Dagari;
Dagbani;
Damal;
Dami;
Dami;
Dano: Dano;
Darai;
Dari;
Datooga: Barabayiiga;
Daurukhi;
Dausame;
Dawawa;
Dawei;
Day;
Dayak Umak Kulit;
Dazaga;
Dazaga;
Dazaga: Azzaga;
Deang: Hongfenglong;
Deg;
Deg;
Dei;
Deing;
Dendi;
Desa;
Dewas;
Dezfuli;
Dhanuk;
Dhao;
Dhao;
Dhimal;
Dhimal;
Dhimba;
Dholuo;
Dibo;
Dinka: Bor;
Dinka, Padang;
Dinka: Pan Aru;
Dinka, Southwestern: Tuic;
Dobu;
Doghosie;
Dogose: Klamaasise;
Dogose: Lutise;
Dogose: Mesise;
Dogose: Sukurase;
Dohoi: Murung;
Dolpo;
Domari: Luli;
Dosan;
Doutai;
Dovele;
Dudi;
Duke;
Dumo: Waramo;
Dumuna;
Duna Group;
Duna Group;
Duna Group;
Duri;
Duri;
Dusun Deyah;
Dusun Malang;
Dusun Witu;
Duvle;
Dzongkha;
Dzuungoo: Dzungo;
Dzuungoo: Dzungo;
Efate, North: Nguna;
Ekari;
Ek Nii: North;
Ek Nii: South;
Embaloh;
Embera;
Embera-Chami;
Empeyeh;
Enga: Kyaka;
Enga: Kyaka;
Enga: Mei;
Enga: Sau;
Enga: Sau;
English: Aboriginal;
English: Aboriginal;
English: American Indian;
English: Australia;
English: British;
English: Liberia;
English: Nigeria;
English: PNG Coastal;
English: South Africa;
English: USA;
English: USA;
English: USA;
Ese Ejja;
Eton;
Eton;
Etulo;
Even;
Ewe;
Ewe;
Ewe;
Ewondo;
Ewondo;
Faiwol;
Fali;
Fali: Bween;
Fali, South: Kangou;
Fante;
Farefare: Talensi;
Farsi;
Fasu;
Fataleka;
Fataloku;
Felupe: Suzana;
Fijian;
Foe;
Fon;
Fon;
Frafra: Nankam;
Français;
French: Africa;
French: Africa;
Fulfulde;
Fulfulde;
Fulfulde;
Fulfulde: Barani;
Fulfulde, Benin-Togo;
Fulfulde: Gourmantche;
Fulfulde: Liptaako;
Fuuta Jalon;
Fuvura Group;
Fuvura Group;
Ga;
Ga'ai;
Gabri-Kimré;
Gadsup: Akuna;
Gadsup: Akuna;
Gadsup: Ontena;
Gahuku;
Gahuku;
Gali;
Gan;
Gan;
G||ana;
Ganaan;
Gao;
Gapapaiwa;
Garhwali: Ranwain;
Garhwali: Taknauri;
Garo: Abeng;
Garo: A'chick;
Garo: A'chick;
Garo: Bangladesh;
Garo: Chibok;
Gbii;
Gela;
German;
Ghanongga;
Ghayavi;
Gibaio;
Gibii: Kploa;
Ginuman;
Girawa;
Gisiga: Maroua;
Gogodala;
Gogodala;
Gogo [Tanzania];
Gola: Dei;
Gonja;
Gonja;
Gopali;
Gorontalo;
Gouin;
Gourma: Central;
Gourma: Northern;
Guambiano;
Guarani, Bolivian, Western;
Guarani, Eastern Bolivian: Ava;
Guarani, Eastern Bolivian: Izoceno;
Guarani, Mbya;
Guiliu;
Gujarati;
Gujarati: Kutchi Kohli;
Gujarati, Parkari Kohli;
Gujari;
Gula'alaa;
Gumatj;
Gumatj;
Gun;
Gurenne: Nabt;
Gurung: Kaski;
Gurung: Lamjung;
Gurung: Lamjung;
Gusii;
Gwandara: Gitata;
Gwandara: Karashi;
Haitian Creole;
Hajong;
Hajong;
Hakka;
Halong;
Hamtai;
Hamtai;
Handuri;
Hani: Budu;
Harakmbut;
Hassaniyya;
Hatam: Moire;
Hatam: Moire;
Hausa;
Hausa: Kano;
Hausa: Kurfey;
Hebrew;
Hega;
Helong;
Herero;
Hiligaynon;
Hills Miri;
Hindi;
Hindi, Fijian;
Hindko, Hazara;
Hindko, Hazara;
Hiri Motu;
Hmong: Blue;
Ho;
Hoava;
Hruso;
Huastec: Aquiche;
Huave, San Mateo del Mar;
Hula: Karonai;
Huli;
Huli;
Humbukushu;
Iamalele;
Iamalele;
Iatmul;
Iban;
Icibemba;
Iduna: Central Vivigani;
Ifugao, Batad;
Ilchamus;
Ilongot;
Imbongu;
Inga, Jungle: Yunguillo-condagua;
Intha;
Irigila;
Itchen;
Itneg, Masadiit;
Iwam, Sepik;
Jabem;
Jagoi;
Jangkang;
Jangshung;
Japanese;
Jawa;
Jawa;
Jawa;
Jawa: Banyumas;
Jawa: Indramayu;
Jawa: Kromo Madyo;
Jawan;
Jawan;
Jawa: Ngoko Surabaya;
Jawa: Tengger;
Jawa: Yogya;
Jawa: Yogya;
Jawa: Yogya;
Jelai Tembiruhan;
Jingpho;
Jingpho;
Jirel;
Jola: Fogny;
Jola-Fogny: Buluf;
Jola-Fogny: Kombo;
Jola-Fogny: Kombo;
Jola-Kasa: Ayun;
Jola-Kasa: Huluf;
Kabalai;
Kabalai;
Kabola;
Kado;
Kadu;
Kafa;
Kaike;
Kaipi;
Kaishan, Pangmi;
Kakabai;
Kakwa;
Kalamo;
Kalanga;
Kalanga: Lilima;
Kaluli;
Kamano-Kafe;
Kambera;
Kamula;
Kanashi;
Kanasi;
Kanasi;
Kanauri;
Kanjari: Kuchbandhi;
Kannada;
Kantu'k;
Kanuri, Manga: Dagara;
Kaonde;
Kapuas;
Kapuas;
Karakalpak;
Karambai;
Karbi;
Karen, Bwe;
Karen, Geba;
Karen, Geko;
Karen, Manumanaw;
Karen, Pa'o: Southern;
Karen, Pwo Eastern;
Karen, Pwo Western;
Karen, S'gaw;
Karen, Yinbaw;
Karen, Yintale;
Karitiana;
Karitiana;
Karmokar;
Karonika;
Karon: Pantai;
Kasem;
Katarak;
Katingan: Hilir;
Katingan: Tengah;
Kayah, Eastern: Presule;
Kayah, Western;
Kayah, Western: Kangan;
Kayah, Western: Kayan;
Kayah, Western: Kayaw;
Kayan;
Kayan;
Keapara;
Keapara: Keakalo;
Kebar;
Kei;
Kei;
Kelong;
Kemak;
Kendayan: Ahe;
Kendayan: Selako;
Keninjal;
Kenyah: Badeng;
Kenyah: Bakung;
Kenyah: Bakung;
Kenyah: Lepo' Bem;
Kenyah: Lepo' Jalan;
Kenyah: Lepo'ke;
Kenyah: Lepo' Tau;
Kenyah: Lepo' Tau;
Kenyah: Lepo' Tepu;
Kenyah: Malasan;
Kenyah: Pua;
Kenyah: Uma' Alim;
Kenyah: Uma' Alim;
Kenyah: Uma Lung;
Kera;
Kerewo: Gibario;
Ketengban;
Ketungau;
Kewabe;
Keyagana;
Khadia;
Khaling;
Khamti: Assam;
Khasia;
Khe: Bangka;
Khe-Hakka;
Khengkha;
Khmer;
Kibiri: Porome;
Kija;
Kikamba;
Kikuyu;
Kiluba: Shaba;
Kim: Ere;
Kimyal;
Kinyabemba;
Kiribati: Solomon Islands;
Kiriwina Group;
Kisar: Meher;
Kissi, Kissidougou;
Kisukuma;
Kisukuma;
Kitalinga;
Kiwai, Southern;
Kiwai, Southern;
Kobahan Rondk;
Kobon;
Koch;
Koenoem;
Kok Borok: Debbarma;
Komering: Cempaka;
Komering: Kayu Agung;
Komering: Minaga;
Komi-Permyak;
Komi-Permyak;
Konai;
Konjo, Coastal;
Konkani, Goan: Bardeskari;
Konkomba;
Konni;
Konon;
Kono: Sierra Leone;
Konyak Naga;
Kope;
Korafe: Northern;
Koranko;
Korean;
Koriki;
Koromira: Koianu;
Kovai;
Kovai;
Koya: Malakangiri;
Kpatogo;
Kpelle, Guinea;
Krachi;
Kualan: Loko;
Kualan: Randau;
Kuanua;
Kubing;
Kubo;
Kuhin;
Kui;
Kului;
Kului;
Kuman;
Kuman;
Kumauni: Central Kumauni;
Kumauni: Pashchimi;
Kumauni: Soriyali;
Kumhali;
Kunimaipa: Kate;
Kunimaipa: Kate;
Kunwinjku;
Kunwinjku;
Kunwinjku;
Kupang;
Kuranko: Sengbeh;
Kuria;
Kurichia;
Kurti;
Kurumba, Jennu;
Kurumba: Wooraly;
Kusaghe;
Kwaio;
Kwara’ae;
Kwerba;
Kyenyingbarang;
Labogai;
Labuhan;
Ladino;
Lahouli: Tinan;
Lahu: Shi: Balan;
Lahu: Shi: Barkeo;
Lamba: Lima;
Lamboya;
Lamholot;
Lamnso';
Lampung;
Lampung: Paminggir;
Landorgoh Loko;
Lani: Barat;
Lani: Western: Ilaga;
Lanten;
Lao: Luang Prabang;
Lao Song Dam;
Laro;
Lashi: Lachid;
Latuka;
Lauje;
Lauli;
Laur;
Lausaha;
Lau Seranga;
Lavongai;
Lawangan;
Lawangan: Bantian;
Lawangan: Benua;
Lawangan: Dayak Pasir;
Leco;
Ledo;
Lele;
Lele: Chad;
Lele: Manus Island;
Lele: Manus Island;
Lelemi;
Lembak;
Lengo;
Lengo: Vidiki;
Lengua: Northern;
Lengua: Southern;
Lenyima;
Lepcha;
Letemboi;
Lhaovo Dago' Lawngbyit;
Lhasa;
Lhomi;
Li: Dong Fang;
Ligbi;
Limbai: Keruab;
Limbai: Tok;
Limbu: Phedappe;
Lindu;
Lingala;
Linoh;
Lintang;
Lipo: Tuanjie;
Li: Sanya Hongqi;
Lisu: Southern;
Lisu: Western;
Lisu: White;
Logo;
Lohar, Lahul;
Loko;
Lokwala;
Lolia;
Loloda;
Longsout;
Lontomba;
Lowa;
Luang;
Luchazi;
Luhu: Kelang;
Lunda;
Lunda: Ndembu;
Lundaye;
Lundaye;
Lunga;
Lushai;
Lusoga;
Luvale;
Luyia: Bukusu;
Luyia: Lwidakho;
Luyia: Marama;
Lyngngam;
Maanyan;
Maasai;
Madak;
Madi;
Madura;
Madura: Bangkala'an;
Magahi: Central;
Magar;
Magar: Western Palpa;
Mahali: Bangladesh;
Mahato;
Mahg;
Mahou: Finanga;
Mahou: Koroka;
Mai Brat Group;
Mailu;
Maisafana;
Maithili;
Maithili: Bantar;
Maithili: Kisan;
Maithili: Musar;
Makaa;
Makasae: Makassai;
Makasae Uatolari Kilikai;
Makassar;
Makwe;
Malagasy, Merina;
Malango;
Malasanga;
Malayalam;
Malay: Bangka;
Malayic Dayak: Banana;
Malayic Dayak: Delang;
Malayic Dayak: Kayung;
Malayic Dayak: Sekakai;
Malay, Jambi;
Malay, Kota Bangun Kutai;
Malay, Manado;
Malay, North Moluccan;
Mali;
Malto: Paharia;
Mamasa;
Mambae: Mambai;
Mampruli;
Mamuju;
Manam;
Manambu;
Manambu;
Mandar;
Mandara;
Mandarin;
Mandarin;
Mandarin: Indonesia;
Mandiali;
Maneta;
Mangar;
Mangseng: Lavege;
Manikion: Sop;
Maninka, Kankan;
Maninka, Konyanka;
Manipuri;
Manjaco: Batam;
Mano;
Manobo, Lianon;
Manobo: Surigao Sur;
Manuhing;
Manya;
Mao Naga;
Maphod;
Mapudungun;
Mapudungun;
Maram Naga;
Mara: Myanmar;
Marathi;
Maratus: Barat;
Maratus: Timur;
Maring;
Maring Uipo Naga;
Marma;
Marovo;
Marwari Group;
Massana;
Mat Bat Group;
Mauta;
Mauwake;
Mayau;
Mazahua, Michoacan;
Mazatec, Huautla;
Mazatec, Huautla: Santa Maria la Asunción;
Mazatec, Mazatlan;
Mazateco, Ixcatlan;
Mazatec, Tecoatl: Tecoatl-Elox-Zoquiapan;
Mbaye;
Mbaye;
Mbelime;
Mbembe, Cameroun;
Medlpa;
Megam;
Mehalaan;
Mekury Naga;
Melahui;
Melayu Ambon;
Melayu: Benakde;
Melayu: Daya;
Melayu: Paga Alam;
Melayu Papua;
Melayu: Pontianak;
Melayu: Riau;
Melayu: Sambas;
Melayu: Sanggau;
Melayu: Tanjung Raja;
Mende;
Mengisa;
Mentawai;
Mentawai: Pokai;
Mentuka;
Me'phaa, Acatepec: Huitzapula;
Me'phaa, Acatepec: Zapotitlan;
Me'phaa, Acatepec: Zoquitlan;
Me'phaa de Tlacoapa;
Me'phaa, Malinaltepec: Zilacayotitlan;
Mesawa;
Mesme;
Meta: Moghamo;
Meyah;
Mian: Mianmin;
Miju;
Mimika;
Mimika;
Minangkabau;
Minavega;
Mindri;
Miri: Miching;
Mishmi: Digaro;
Misima;
Mitsogo;
Mitsogo;
Mixtec, Alacatlatzala: Atlamajalcingo;
Mixtec, Alacatlatzala: Guerrero Alto;
Mixtec, Alacatlatzala: Mixtecapa;
Mixtec, Alacatlatzala: Mixtecapa;
Mixtec, Alacatlatzala: Potoichan;
Mixtec, Alcozauca: Xochapa;
Mixtec, Amoltepec;
Mixtec, Apasco-Apoala: Apoala;
Mixtec, Diuxi-Tilantongo;
Mixtec, Huitepec;
Mixtec, Mixtepec;
Mixtec, Numi;
Mixteco Costa Chica;
Mixteco de Metlatonoc;
Mixteco de Nuxaa;
Mixteco de San Martin Duraznos;
Mixtec, San Juan Colorado;
Mixtec, Silacayoapan: San Antonio de las Mesas;
Mixtec, Sinicahua;
Mixtec, Southwestern Tlaxiaco: Nuyoo;
Mixtec, Tamazola;
Mixtec, Yoloxochitl: Terrero Venado;
Mixtec, Yosondua;
Mixtec, Zacatepec;
M`mugut;
Mocovie;
Modang;
Moi;
Moken;
Molbog;
Mon;
Mongolian;
Moni;
Monkole;
Mono;
Mono: Alu;
Monogoye;
Monpa, Tawang;
Moore;
Moore: Yana;
Moore: Zaore;
More;
Morigi;
Mori Kolonodale;
Mori: Padoe;
Mori: Tinompo;
Morokodo;
Moro: Logorban;
Moronene;
Moseten;
Motu;
Motuna;
Motuna;
Mountain Arapesh;
Movima;
Mualang;
Muara;
Mu Bomu;
Mudu;
Muhiang;
Muna: Southern;
Mundari: Bangladesh;
Muntak;
Murrinh-Patha;
Mursi;
Murung;
Murung;
Musi: Palembang;
Mutu: Malai;
Muyuw: Wamwan;
Nabi;
Nadeb;
Nadeb;
Nafaanra;
Nafe;
Nagamese;
Naga, Moyon;
Naga, Nocte: Laju;
Naga: Tan Kung;
Naga, Tase: Khemsing;
Naga, Tase: Moklum;
Naga, Tase: Tikhak;
Náhuatl de la Huasteca Occidental;
Nahuatl, Guerrero: Chilapa;
Nahuatl, Guerrero: Olinala;
Nahuatl, Istmo Pajapan;
Nahuatl, Mecayapan y Tatahuicapan;
Nahuatl, Michoacan;
Nahuatl, Norte de Oaxaca;
Nahuatl, Orizaba;
Nai;
Nama: Damara & Nama;
Nama: Papua New Guinea;
Nambikwara;
Nambikwara;
Namia;
Namia;
Nandeva: Paraguay;
Nandi: Kipsigis;
Napu;
Narak;
Nare;
Naro: Ts’aokhoe;
Nasa Yuwe: Occidente;
Nasioi: Kongara;
Nasioi: Kongara;
Nateni: Tayari;
Natioro: Ginaourou;
Natuoro;
Natwr;
Nawuri;
Naxi;
Ndau;
Ndebele: Southern;
Nen;
Nepali: Bajhangi;
Nepali: Bajurali;
Nepali: Bhutan;
Nepali: Darchulee;
Nepali: Doteli;
Nepali: Kathmandu;
Newari: Balami;
Newari: Kathmandu;
Newari: Pahari;
Ngad’a: Bajawa;
Ngaju;
Ngala;
Nga La: Nga La;
Ngalum;
Ngalum: Kowelmin;
Ngambai;
Ngambai;
Ngandi;
Nggem;
Nggem;
Nhengatu;
Nhengatu;
Nhengatu;
Nhengatu;
Nias;
Nias;
Nias Teluk Dalam;
Niksek;
Ningerum;
Nisi: Tagin;
Nivacle;
Nobonob;
Nomaande;
Nomaande;
Nomane;
Northern Sotho;
Nuni;
Nyanja: Chewa;
Nyaturu;
Nyishi: East Kameng;
Nyishi: East Kameng;
Nyishi: East Kameng;
Nyungwe;
Nzema;
Obanliku: Basang;
Obanliku: Bebi;
Oemale;
Ogan;
Okavango: Gciriku;
Okavango: Kwangali;
Oksapmin;
Olo;
Orau: Northern;
Orau: Northern;
Oriya;
Oriya: Western Oriya;
Orokaiva;
Orokolo;
Oromo: Wellega;
Osing;
Ossetian;
Otomi, Queretaro: Noroeste;
Otomi, Sierras;
Ouatchi;
Ovambo: Kwanyama;
Ovambo: Ndonga;
Owa Rafa;
Pa;
Padaung;
Pagimana Malay;
Painka;
Pai Tavytera;
Pakpak;
Palaung;
Palaung, Rumai;
Palaung, Shwe;
Palawano: Konoy;
Palenquero;
Pamona;
Pamona;
Pana [Burkina Faso];
Pangin;
Pangkhu;
Paniya: Paniyar;
Panjabi, Eastern: Malwa;
Pannei;
Papel;
Papuna;
Pasemah;
Pashtu: Kabuli;
Pashtu: Kabuli;
Patpatar;
Pei;
Penyadu: Pandu;
Pere;
Petats: Matsungan;
Petats: Matsungan;
Phake;
Pidgin, Cameroon;
Pidgin, Nigeria;
Pijin;
Pima: Mexico;
Pitilu;
Pitjantjatjara: Ernabella;
Pitjantjatjara: Ernabella;
Pokot: East;
Polish;
Pompang;
Popoloca: Tlacoyalco;
Portuguese;
Portuguese: Brasil;
Portuguese: Brasil Interior;
Portuguese: Brasil Interior;
Portuguese: Mozambique;
Pougouli;
Poula, Poumai;
Prang;
Pulaar;
Pumi;
Pumi, Southern;
Punan Aput;
Punan: Belinau;
Punan: Long Sule;
Punan Long Yin / Punan Ga'ai;
Punjabi;
Punti;
Purak;
Purak;
Purepecha, Sierra Occidental;
Quechua, Ancash, Sihuas;
Quechua, Norte De Bolivia: Apolo;
Quechua, Norte De Bolivia: Muneca;
Quechua: Oruro;
Quechua, Puno;
Quechua, San Martin;
Quechua, S. Bolivian: Cochabamba;
Quechua, S. Bolivian: Sucre;
Quechua, Wanca, Huancayo;
Quichua Cayambe;
Quichua de Calderon;
Quichua, Pastaza, Northern;
Quichua, Salasaca;
Quichua, Santa Rosino;
Quichua, Saraguro;
Rabha;
Rabidas;
Rai: Bantawa Panchthar;
Rai, Lohorong;
Rajbangsi;
Rakhain;
Randuk;
Ransa;
Rao;
Rawang;
Rawang: Kwinpang;
Rawang: Lungmi;
Rawang: Serwang;
Rawang: Tangsarr;
Rejang: Lebong;
Rembarrnga;
Rembarrnga;
Rendille;
Riang;
Ribun;
Rishi;
Romanian;
Romani, Balkan: Ursari;
Rotokas;
Roviana;
Ruku;
Rung, Byansi;
Russian;
Russian;
Saami, Northern;
Sa'a: Ulawa;
Sabu;
Sabu;
Sadri;
Sadri: Chillo-Millo;
Sadri: India;
Safaliba;
Sajalong;
Sajau Basap: Punan Basap;
Saliba: Logea;
Saluan;
Samal;
Samanai: Amau;
Sama, Siasi;
Samberigi;
Samburu;
Samo;
Samo, Matya;
Sanapana;
Sanga;
Sangir;
Sango;
Santali;
Santali: Bangladesh;
Santali: Nepal;
Saposa;
Sara: Majingai;
Sartang;
Satalaliya;
Sauka: Tinkari;
Saura: Orissa;
Sauria Paharia: Litipara;
Savosavo;
Sawi: Comoro;
Sawi: Comoro;
Seberuang;
Sebuano;
Sehwi;
Sekayam;
Sekayu;
Selayar;
Selibung;
Semadang;
Semendo;
Sempatung;
Sena Malawi;
Sena Mozambique;
Senoufo, Nanerige;
Senoufo, Sicite;
Senoufo, Supyire;
Senoufo, Supyire;
Sentani;
Senuruk;
Serawai;
Serawai;
Serawai: Manak;
Serengka;
Serere: Saloum Saloum;
Serere: Saloum Saloum;
Serer-Sine: Dyegueme;
Sesotho;
Shabadia;
Shan;
Shan: Eastern;
Shan: Kokant Shan;
Sharanahua: Mastanawa;
Sheetswa;
Sherdukpen;
Sherpa: Helambu;
Sherpa: Solu;
Shimaore;
Shimwali;
Shindzwani;
Shingazidja;
Shona;
Shuar;
Shua: Shete Tsere;
Siamou: Landougou;
Sìang;
Sibe: Sibbe;
Sikaritai;
Sikkimese;
Silat;
Silozi;
Simbuang;
Sinaugoro: Babagarubu;
Sinaugoro: Balawaia;
Sindhi: Dukslinu;
Sindhi: Dukslinu;
Singpho;
Sinhalese;
Siriono;
Sisaala: Debi;
Sisaala: Debi;
Sisaala: Gelibagili;
Sisaala: Gelibagili;
Sisaala, Tumulung;
Slovak;
Slovenian;
Sogu;
Solos;
Sonaaha;
Songhai, Gao;
Songhai, Gao;
Songhai, Tombouctou;
Songhay: Maranse;
Soninke: Gadyaga;
Soninke: Gadyaga;
Soninke: Kinbakka;
Soninke: Xenqenna;
Sosso;
Sosso;
Sousou: Sierra Leone;
Spanish: Castellano;
Spanish: Latin America;
Spanish: Mexico;
Spanish: Mexico;
Stod Bhoti;
Stod Bhoti: Mayar;
Suau Group;
Suau: Sinaki;
Suki;
Sulka;
Sulung;
Sumcho;
Sunam;
Sunda;
Sungkung;
Sunuwar;
Sunwar: Surel;
Sursurunga;
Su-uk Hile;
Swahili, Congo;
Swahili: Kenya;
Swahili: Tanzania;
Swati;
Swati: Phuthi;
Taboyan;
Tabun;
Tacana;
Tagal;
Tagalan;
Tagalog;
Tai;
Tai: Black;
Taimi;
Tairuma;
Tajio;
Tajuasohn;
Takia;
Takwane;
Talang: Mamak;
Talaud;
Talaud;
Talise: Poleo;
Talise: Tolo;
Tamajeq: East Tawallemet;
Tamajeq: West Tawallemet;
Tamang: Dhadhing;
Taman [Indonesia];
Tamil;
Tampulma;
Tamuan Cempaga;
Tangga: Maket;
Tangkhul Naga;
Tangsa: Hakhun;
Tanna, Southwest: Nvhal;
Tarao;
Tatar;
Taupota;
Tausug;
Tawala;
Tawala: Keherara;
Tboli;
Tchokossi;
Tebang;
Tebang;
Tehit: Teminabuan;
Telefol;
Telugu;
Tem: Bafilo;
Tembaga;
Tengon;
Tengon: Eko'ehh;
Tenharim;
Teop;
Termanu;
Tetun;
Tetun Dili;
Tewa: Lebang Hulu;
Tewe;
Thaayore;
Thadou Kuki;
Thai: Central;
Thai: Central;
Thai, Northeastern;
Tharu: Bhojpuri;
Tharu, Chitawan;
Tharu, Dangura;
Tharu: Dasauria;
Tharu: Kapilbastu;
Tharu: Khatima;
Tharu: Khawas;
Tharu: Morangia;
Tharu: Nawalparasi;
Tharu, Rana;
Tharu: Saptari;
Thonchonga;
Thonchunga: Anikya;
Thudam Bhote;
Tiale;
Tibetan: Colloquial;
Tibetan Kham, Ganzi/Dege;
Tibetan Kham, XinduQiao;
Tifal;
Tii;
Tirak;
Titan;
Tiv;
Tiwa;
To'abaita;
Toaripi;
Toaripi;
Toaripi: Kaipi;
Toba: Del Oeste;
Toba Maskoy;
Tok Pisin;
Tolaki;
Toma;
Toma;
Tombonuo;
Tongan;
Tonga: Plateau;
Tonga: Valley;
Toraja;
Toto;
Totonac, Coyutla;
Toussian, Southern;
Toussian, Southern;
Trinitario;
Tripura;
Triqui, Copala;
Triqui, Copala;
Triqui, Itunyoso;
Tsinali;
Tsonga;
Tswana;
Tukangbesi North: Wanci;
Tukpa;
Tumbang;
Tunebo, Western;
Tunjung;
Tupari;
Turi;
Turka;
Turkana;
Turkish;
Tuvin;
Tuwari;
Twi: Asante;
Tzeltal: Oxchuc;
Uab Meto;
Uab Meto: Amanuban;
Uab Meto: Amanuban;
Ubir;
Uisai;
Uma;
Uma' Lasan;
Uma' Lasan: Uma Baka;
Umanakaina;
Umanakaina : Mountain;
Uma Tukung;
Umbundu;
Undau;
Uppu Tuiship;
Urak Lawoi;
Urama;
Urao;
Urat (Lang. 1);
Uspanteco;
Uut Danum;
Uut Danum: Ambalau;
Uwa, Cobaria;
Uzbek, Northern;
Uzbek, Northern: Kipchak;
Vaghua;
Vagla;
Vai;
Vangunu;
Varisi;
Vasa'kela;
Venda;
Veuru Moli;
Vietnamese;
Vigue;
Vo: En;
Vute;
Wa;
Wahgi: Mid-Wahgi;
Wali;
Wambon: Barat;
Wambon: Timur;
Wambule;
Wampur;
Wampur;
Wana;
Wanchoo;
Wandamen & Windesi;
Wano;
Wantoat Group;
Waorani;
Wara: Faniagara;
Wara: Negueni-klani;
Wara: Ouatourou-niasogoni;
Wara: Soulani;
Washkuk;
Waskia;
Waunana;
Wedau;
Wersing: Kolana;
West Morehead Group;
Wichi Lhamtes Vejoz;
Wik-Mungkan;
Wipi;
Wiyauman;
Wogamusin;
Wolani;
Wolio;
Wolio;
Wolof: Dyolof;
Wolof: Lebou;
Wom;
Wosera;
Wosera;
Wurkung;
Wusi;
Wutung;
Wuvulu-Aua;
Xhosa;
Xun;
Yagaria: Huageya;
Yagwoia;
Yagwoia;
Yakan;
Yali;
Yaminahua;
Yanbe;
Yaqai;
Yawa;
Yazdi;
Yeskwa;
Yessan-Mayo Group;
Yetfa;
YI: Dahei, Wushan;
Yi: Hong;
Yindjibarndi;
Yi: Nisu Yuxi;
Yinnet;
Yinzebi;
Yipounou;
Yipounou;
Yokwa;
Yongkom;
Yoruba;
Yoruba: Aworo;
Yuracare;
Zabana;
Zaiwa;
Zambal, Cabangan;
Zande;
Zaparo;
Zapotec, Ayoquesco;
Zapotec, Coatecas Altas;
Zapotec, Coatlan;
Zapotec, Guelavia;
Zapotec, Guelavia: Quialana;
Zapotec, Guelavia: Teotitlan del Valle;
Zapotec, Guila;
Zapotec, Lachirioag;
Zapotec, Loxicha;
Zapotec, Ocotlan: Asuncion;
Zapotec, Ocotlan: La Garzona;
Zapotec, Ocotlan: Santiago Apostol;
Zapoteco Xanaguia;
Zapotec, Ozolotepec;
Zapotec, Quiavicuzas;
Zapotec, San Baltazar Loxicha;
Zapotec, Texmelucan;
Zapotec, Tilquiapam;
Zapotec, Zegache;
Zarma;
Zeem: Danshe;
Zhili: Xianrenhe;
Zhuang: Guigang Guiping;
Zhuang: Nanning Fushu;
Zhuang: Nanning Fushu;
Zhuang: Yizhou Fulong;
Zimakani;
Zinbon Chin;
Zulu;
Zyphe;